|
| | | |
ที่พระพุทธเจ้าตรัสบอกว่า ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่งนี้ ตรัสไว้หลายระดับ ระดับสูงสุดนี้หมายถึงพระนิพพาน ไม่มีโรคทางจิต โดยแท้ ๆหมายถึงอันนี้นะ อโรคยะ ปรมาลาภา |
|
| | | |
เราจะคิดอะไร จะพูดอะไร จะทำอะไร จะคบหาสมาคมกับใคร เราก็ต้องคิดอิงความสงบ อิงสันติ มีสันติอยู่ในใจตลอดเวลา |
|
| | | |
ถ้าเรามีความรู้ เรามีความรู้สึก เรามีความรัก เรามีความเข้าใจชีวิต แต่ขาดกตัญญูตัวเดียว เธอเป็นคนที่ล้มเหลวทันที เช่นเดียวกันกับเสาเข็มที่เป็นรากฐานของตึก ตึกที่ไม่มีเสาเข็ม เจอแผ่นดินไหวก็พังทลาย |
|
| | | |
สภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ มันท้าทายให้เราต้องใช้หลักพระพุทธศาสนายิ่งขึ้นในการที่ เช่น ใช้กาลามสูตร ไม่เชื่อง่าย ต้องตรวจสอบหาข้อมูลความจริงให้ชัดเจน เป็นคนใฝ่รู้ หาความรู้กันให้ถ่องแท้ชัดเจนไปเลย |
|
| | | |
เรามีทรัพย์กันอยู่ 2 ชนิด คือ “โลกียทรัพย์” ไปในแง่ของทางวัตถุ เพื่อประโยชน์แก่การบำรุงทางร่างกาย แล้วเรายังจะต้องมีทรัพย์อีกอย่างนึง เรียกว่า “อริยทรัพย์” เป็นเรื่องทางจิตใจ สำหรับจะบำรุงรักษา ส่งเสริม เรื่องทางจิตใจ |
|
| | | |
เราต้องฝึกหัด กลับมาดูใจของเราบ้าง กลับมาสอนใจของเราบ้าง อย่าไปดูที่คนอื่น อย่าไปเพ่งที่คนอื่นตลอดเวลา เพราะถ้าเราไม่รู้จักดูใจของเรา แม้แต่สิ่งดีๆมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์ได้ |
|
| | | |
ไม่โต้ตอบด้วยความชั่ว ไม่เอาน้ำสกปรกมาล้างสิ่งสกปรก แต่เอาน้ำสะอาดมาล้างสิ่งสกปรก สถานที่นั้นก็จะสะอาดปราศจากสิ่งชั่วร้ายขึ้นได้ |
|
| | | |
วันหนึ่งเมื่อเราประสบความสำเร็จ กินอิ่มนอนอุ่น ให้ย้อนกลับมามองว่า พ่อของเรา แม่ของเรา กินอิ่มเหมือนเราไหม นอนอุ่นเหมือนเราไหม ชื่นอกชื่นใจเหมือนเราไหม |
|
| | | |
ใจเราเนี่ยเปิดช่องให้ความทุกข์มันเข้ามาถึงใจหรือเปล่า อย่าไปโทษข้างนอกอย่างเดียว อย่าไปโทษสิ่งต่างๆภายนอกอย่างเดียว เราต้องย้อนกลับมาดูว่า เป็นเพราะใจเรามันไปยอมให้ความทุกข์เข้ามาหรือเปล่า |
|
| | | |
ใจเราเนี่ยเปิดช่องให้ความทุกข์มันเข้ามาถึงใจหรือเปล่า อย่าไปโทษข้างนอกอย่างเดียว อย่าไปโทษสิ่งต่างๆภายนอกอย่างเดียว เราต้องย้อนกลับมาดูว่า เป็นเพราะใจเรามันไปยอมให้ความทุกข์เข้ามาหรือเปล่า |
|
| | | |
ธรรมะเป็นสิ่งที่ควบคุมชีวิตให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเราไม่เอาธรรมะมาใช้มันก็จะเกินพอดีไปบ้าง ขาดไปบ้าง ไม่สมดุล |
|
| | | |
อย่าลืมที่จะกราบพ่อกราบแม่ การกราบมีสองความหมาย หนึ่ง กราบทางกาย กราบแทบตัก กราบแทบเท้า สองกราบด้วยหัวจิตหัวใจ พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกเป็นคนดี มากกว่าอยากเห็นลูกเป็นคนรวย |
|
| | | |
พระพุทธเจ้าสอนให้เราอยู่อย่างผู้ชนะ หมายความว่าชนะต่อสิ่งที่มากระทบจิตใจ ไม่ให้สิ่งนั้นครอบงำย่ำยี ถ้าสิ่งนั้นไม่ครอบงำย่ำยีใจ เราก็เป็นผู้ชนะ |
|
| | | |
เราทุกคนต้องเรียนรู้นะ ไม่มีใครชนะตลอดไปหรอก แล้วไม่มีใครแพ้ตลอดไป นี่เป็นความรู้พื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน คนที่อยากจะชนะตลอด จะทุกข์ที่สุด |
|
| | | |
มันจะทำให้เราทุกข์หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใจเรามีแผลหรือเปล่า ถ้าใจเรามีแผลมันก็เปิดช่องให้พิษเข้ามาได้ แต่ถ้าใจไม่มีแผล เจออะไรมันก็ไม่ทำให้ทุกข์ได้ |
|
| | | |
คนที่แสดงความเห็นโดยไม่มีความรู้นี้มันยุ่ง ก็มันไม่รู้แล้วมันก็ว่าไปเรื่อย ๆ ไป และมันก็ไม่เอาความรู้มาใช้ประโยชน์ มันเพียงแต่ว่าแสดงความเห็นไปอย่างนั้นเอง |
|
| | | |
การปฏิบัติธรรมคือการทำการงานอันเป็นหน้าที่ของตน แล้วมันก็จะเจริญไปตามทางของธรรมะ เรื่อยไปๆ จนรอด จนมีความรอด รอดจากปัญหาทุกอย่าง |
|
| | | |
ไอ้ความเห็นมันก็เป็นบันไดอันหนึ่งไปสู่ความรู้ แต่ถ้าใช้ไม่เป็น ไอ้ตัวทิฏฐิความเห็นมันกลับมาเป็นอุปสรรคในการที่จะทำให้เราถูกปิดกั้นเลย มันมาปิดกั้นขัดขวางเราไม่ให้เข้าถึงความจริง |
|
| | | |
ความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่สตางค์เดียว ขอแต่ว่าให้มีสติปัญญารู้ว่า ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ประเสริฐที่สุด มีเกียรติที่สุดของมนุษย์เรา |
|
| | | |
ถ้าเป็นตำหนิแล้วเนี่ย ไปทำศัลยกรรม หล่อสวยเหมือนเดิมได้ แต่ตำหนิที่ใจ ใครจะลบ ฉะนั้นทุกครั้งที่มีความรัก ให้เลือกคนจากคุณสมบัติข้างใน อย่าหลงใหลคุณสมบัติข้างนอก |
|
| | | |
ยุคข่าวสารข้อมูลก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรู้ทั้งนั้นเลย ความรู้และการใช้ความรู้ และก็ต้องหาความรู้ มันมีทั้งเรื่องหาความรู้และก็ใช้ความรู้ คนที่ไม่รู้จักหาความรู้ ไม่รู้จักใช้ความรู้ก็เสียเปรียบเขา |
|
| | | |
เราจะหยุดเวียนว่ายได้ โดยการศึกษาจนรู้ว่า มันไม่มีใครเวียนว่าย พอรู้แจ้งว่าไม่มีตัวตน มันก็หยุดเวียนว่ายเอง เพราะมันไม่มีตัวตนที่จะเวียนว่าย |
|
| | | |
มองด้วยใจที่เป็นกลางแบบนี้แหล่ะ ไม่ผลักไส ไม่ใฝ่หา ไม่ยึดติด แล้วก็ไม่ปฏิเสธ คนเราทุกข์เนี่ยก็เพราะว่ามันยึดติดในสิ่งที่น่าพอใจ แล้วมันปฏิเสธสิ่งที่ไม่น่าพอใจ |
|
| | | |
ความรักนี่ไม่เลือกเวลาสถานที่ ไม่เลือกชั้นวรรณะผิวพรรณ ศาสนา และไม่ต้องการเหตุผล ชายรักหญิงก็ได้ หญิงรักชายก็ได้ ชายรักชายก็ได้ หญิงรักหญิงก็ได้ ชิ่งรักชาย ชายรักชิ่งก็ได้ ใช่ไหม ปนกันไปหมดอ่ะนี่ แต่ความรักต้องมาพร้อมกับความเข้าใจ |
|
| | | |
คุณธรรมสูงสุดของมหาบุรุษนั้นคือการรับใช้ผู้อื่น พระพุทธองค์เป็นผู้มีเมตตากรุณา อย่างชั้นมหากรุณา |
|
| | | |
พระพุทธเจ้าสอนว่าอย่าเชื่อตามๆกันมา อย่าเชื่อเพราะเห็นเขาทำ เราต้องเชื่อด้วยเหตุผล พิจารณาอย่างรอบคอบ ว่ามันถูกมันตรงหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกไม่ตรง เราก็กล้าที่จะเลิกจากสิ่งนั้น ไม่ทำสิ่งนั้นต่อไป |
|
| | | |
น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก จำคำนี้ไว้ให้ดี เธอเกลียดใคร ไม่จำเป็นต้องให้ใครเขารู้ แต่เธอรักใครแสดงออกให้เขาเห็น ความเกลียดขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว ความรักขอให้เป็นเรื่องส่วนรวม |
|
| | | |
ผู้ที่มีความเห็นแก่ตัวจัดจะมีปัญหารอบด้านจะระแวงจะสงสัยจะอะไรไปเสียหมด แล้วก็ไม่อาจจะเห็นผู้อื่นว่าเป็นมิตร จะเห็นเป็นศัตรูไปเสียหมด เพราะความเห็นแก่ตัว |
|
| | | |
ผู้ที่มีปัญญา เมื่อจะเสพสิ่งที่เอร็ดอร่อยก็ไม่ได้เพลิดเพลินกับมัน ก็จะเปรียบเหมือนกับปลาที่ฉลาด ก็กินเหยื่อ แต่ว่าเบ็ดไม่ทันจะทิ่มเอา |
|
| | | |
ถ้ามันไม่มีเจตนาที่จะรับใช้ผู้อื่นแล้ว มันก็พูดแต่ปาก จะรับใช้ประเทศชาติศาสนา นี่มันเป็นไปไม่ได้ มันก็จะเป็นพลเมืองที่ดีก็ไม่ได้ เพราะมันไม่รับใช้ชาติ |
|
| | | |
ชีวิตที่ดี ชีวิตที่น่าสรรเสริญ ในพุทธศาสนามันไม่ใช่ชีวิตที่อยู่บนกองเงินกองทอง หรือว่าเต็มไปด้วยโชคลาภวาสนา แต่เป็นชีวิตที่ไม่หวั่นไหวในยามขึ้นหรือในยามลง |
|
| | | |
เราไม่ควรเกิดมาสร้างปัญหา แต่เกิดมาช่วยแก้ปัญหา การแก้ปัญหาก็ต้องแก้ที่ตัวเรา |
|
| | | |
อย่าไปคิดว่าความรู้อยู่ที่ครู ใครคิดอย่างนี้โง่มาก ครูเป็นแค่ผู้ที่เปิดประตูแห่งความรู้ ความรู้จริงๆ เกิดขึ้นจากการเดินเข้าไปหามัน หนังสือจะไม่เดินมาหาคน มีแต่คนจะต้องเดินเข้าไปหามัน |
|
| | | |
นี่เราจะต้องถือหลักว่าเกิดมาเพื่อรับใช้ผู้อื่น นั้นแหละเป็นการทำให้ก้าวหน้าไปทางพระนิพพาน เพราะว่ารับใช้ผู้อื่นนี่มันลดความยกหูชูหางของตัว |
|
| | | |
รากเหง้าของความยึดติดทั้งปวง ก็คือความยึดติดหรือว่ายึดมั่นสำคัญหมายว่าเป็นตัวกูของกู ยึดติดยึดถือว่าเป็นตัวตน เป็นตัวเราของเรา |
|
| | | |
เราจะกำจัดความริษยาด้วยอะไร ก็ด้วยการคิดให้ตรงกันข้าม คิดให้มีความยินดี พอใจ ในสภาพชีวิตของคนนั้น ยินดีในกิริยาท่าทาง ในการพูดจา ในการทำงาน ในการเป็นอยู่ |
|
| | | |
ปริญญาเป็นสิ่งจำเป็น แต่เธอรับครั้งเดียวแล้วเก็บไว้ในตู้ ความรู้เป็นสิ่งจำเป็น เธอเรียนครั้งเดียว แต่จะใช้ทั้งชีวิต ที่พึ่งที่แท้จริงของเราทุกคน คือความรู้ |
|
| | | |
มีเมตตาแบบไม่มีประมาณ ไม่มีขอบเขต เป็นสากลต่อมนุษย์ สัตว์ทั้งหลายเสมอกัน แต่พร้อมกันนั้นไม่ให้เป็นเมตตาแบบมีแต่ความรักอย่างเดียว ต้องให้มีความรู้ด้วย รักต้องคู่กับรู้ เมตตาต้องคู่กับปัญญา |
|
| | | |
มันเป็นธรรมดาที่คนเราจะปรุงแต่งอะไรได้ แต่ถ้าเกิดว่าเรารู้มันเห็นมัน มันก็ไม่ปรุงต่อ แต่พอเราไม่รู้เราไปยึดเข้า มันก็กลายเป็นเรื่องที่หลอกเราเองทำร้ายเราเอง |
|
| | | |
เล่นการพนันต้องไปแอบไปซ่อนเล่น มันก็ไม่ดี ทำอะไรที่เรียกว่าต้องแอบซ่อนทำ สิ่งนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ดี เราไม่ทำดีกว่า |
|
| | | |
เดี๋ยวนี้มีค่านิยมอย่างหนึ่งที่เรียกกันว่า ปริญญานิยม คือคนไทยแห่ไปเรียนหนังสือ เรียนสูงมาก แต่พฤติกรรมต่ำ เรียนหนังสือเพราะอยากได้ปริญญา ไปทำไม เป็นไม้กันหมา |
|
| | | |
ในการดำเนินชีวิตในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่ใช่ว่ามีเพียงเมตตาคือความรักอย่างเดียวจะสำเร็จ ต้องมีความรู้ด้วย ความรักนี่มันดีอย่างบางทีทำให้เกิด 1.ความประทับใจ 2.ชนะใจ แต่ถ้าไม่มีปัญญานี่น้อยรายนะเป็นข้อยกเว้นที่จะชนะใจได้ |
|
| | | |
ยิ่งเป็นกิเลสมากเท่าไร ก็ยิ่งดับยากเท่านั้น เด็ก ๆ ยังต้องมีของกินมิหนำซ้ำต้องมีของเล่น เพราะมันอยากเล่นอยากสนุกสนาน ขึ้นชื่อว่าความอยากแล้วแผดเผาหัวใจทั้งนั้นนะ |
|
| | | |
การมีสติเนี่ยเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่ไม่เพียงแต่ทำให้เรามีความสงบ เพราะไม่มีอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดใดๆมารบกวน เพราะรู้จักปล่อยรู้จักวาง |
|
| | | |
เราทำอะไรไว้หนีไม่พ้น เพราะฉะนั้นจะคิดอะไร จะพูดอะไร จะทำอะไร ต้องคิดก่อนว่า มันถูกหรือผิด มันดีหรือชั่ว มันเสื่อมหรือมันเจริญ ต้องคิดให้รอบคอบ |
|
| | | |
ทุกคนต้องมีความรู้ดี มีความรู้สึกดี มีความรักดี และมีความเข้าใจชีวิตดี ประการสุดท้าย มีความกตัญญูที่ดี |
|
| | | |
พอมองเห็นคนอื่นเป็นทุกข์เป็นยาก ก็มองในแง่ตัวเอง ต้องมีเมตตาต่อเขา ก็ต้องช่วย ต้องมีกรุณา ต้องไปขวนขวายในการบำบัดทุกข์เขา อย่างงี้น่ะถูกต้อง ถ้าใช้ธรรมะไม่เป็นก็เสียหมด |
|
| | | |
การพักผ่อนที่แท้จริงนั้นก็คือ การเลิกเลิกเพิกถอนตัวตน เลิกตัวกูของกู เพิกถอนตัวกูของกู ตัวตนของตนออกไป เหลือเป็นความว่างจากตัวตน นี่จะเป็นการพักผ่อนที่สุดเลย |
|
| | | |
ไอ้สิ่งที่น่าพอใจนั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องระวัง เพราะมันทำให้เราประมาท ถ้าเราหลงมันเราก็ทุกข์ |
|
| | | |
อย่าสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่ลูก ให้เขาพอใจในสิ่งเท่าที่มีที่ได้ |