ธรรมะทวิสเตอร์

ปฏิทินธรรมะ

สิงหาคม 2010
SuMoTuWeThFrSa
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 

เข้าสู่ระบบ



สถิติการเข้าชม

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 401508
เรามี 19 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กัลยาณมิตร

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Designed by:
พุทธทาสธรรม กับ ประชาธรรม PDF พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
รวมบทความ - บทความน่าสนใจอื่นๆ
วันอังคารที่ 18 พฤษจิกายน 2008 เวลา 15:09

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นการครอบ ๗๕ ปี ของการก่อตั้งสวนโมกขพลาราม และ ๗๕ ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินเมื่อ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ ภายหลังการก่อตั้งสวนโมกข์เล็กน้อย ทั้งสองเหตุการณ์เกิดขึ้นด้วยปณิธานอันยิ่งใหญ่ที่จะก่อให้เกิดสันติสุขของมหาชน
สวนโมกขพลารามนั้นต้องการให้เป็นพลังแห่งความหลุดพ้น ท่านอาจารย์พุทธทาสมีความแน่วแน่ว่า มีแต่พลังแห่งความหลุดพ้นเท่านั้นที่จะช่วยแก้วิกฤตโลกได้ หัวใจของพระพุทธศาสนาคือปัญญาแห่งความหลุดพ้น หรือโลกุตตรธรรม เรื่องคุณงามความดีและเรื่องสมาธิก็มีสอนกันอยู่ทั่วๆ ไปก่อนมีพระพุทธเจ้าแล้ว แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบด้วยพระองค์เองคือปัญญาวิมุตติ คำว่าโลกุตตรธรรม หรือธรรมะเหนือโลกมีคนเอาไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ในเมื่อเป็นธรรมะเหนือโลกก็ไม่เกี่ยวกับคนในโลก คนในโลกควรใช้โลกียธรรม และพากันละเลยโลกุตตรธรรม
ท่านอาจารย์พุทธทาสเป็นภิกษุองค์แรกในสมัยรัตนโกสินทร์ที่เรียกร้องให้โลกุตตรธรรมกลับมาสู่โลกย์ ธรรมะเหนือโลกไม่ใช่ธรรมะนอกโลก ควรจะอยู่ในครัวเรือนทุกบ้าน คำว่าเหนือโลกหมายถึงโลกแห่งโลภะ โทสะ โมหะ หรือโลกแห่งความยึดมั่นในตัวตน หรือความเห็นแก่ตัว ท่านพยายามปรุงโลกุตตรโอสถให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน อาจจะเรียกว่าท่านใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อปรุงโลกุตตรโอสถให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน โดยสอนเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่นบ้าง เรื่องการลดละตัวกู-ของกูบ้าง เรื่องความว่างหรือสุญญตาบ้าง เรื่องนิพพานอยู่ที่ปลายจมูกบ้าง เรื่องอิทัปปัจจยตาบ้าง เรื่องตถตาบ้าง เรื่องอตัมมยตาบ้าง ต่างๆ เหล่านี้เป็นต้น
ที่เรียกว่าพุทธทาสธรรมนั้นก็อยู่ภายในกรอบพุทธธรรมนั่นเอง แต่มีลักษณะพิเศษตรงที่ท่านพยายามสกัดแก่นของพุทธศาสน์ตรงที่ท่านเชื่อว่ามาจากพระโอษฐ์ มีเหตุผล ตรงเข้าสู่นิพพาน และท่านใจกว้างในการตีความคำสอนลัทธินิกายและคำสอนของศาสนาอื่นในส่วนที่ตรงกับการไม่ยึดมั่นตัวตนเป็นใหญ่ ท่านเชื่อว่าหัวใจของศาสนาต่างๆ ก็คือ ส่วนที่เป็นโลกุตตรธรรม ที่เรียกว่า spiritual หรือการไปเหนือวัตถุธรรม ท่านจึงอยากเห็นศาสนิกของศาสนาต่างๆ เข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนๆ ไม่ไปติดอยู่ที่กระพี้แล้วทะเลาะกัน เมื่อเข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนๆ แล้ว ก็สามารถร่วมมือกันระหว่างศาสนิกได้ โดยช่วยให้มนุษย์ถอนตัวออกจากวัตถุนิยม
ท่านอาจารย์พุทธทาสเห็นว่าโลกวิกฤตเพราะวัตถุนิยม
โลกุตตรธรรมคือธรรมะที่เหนือวัตถุธรรม ท่านเห็นว่าศีลธรรมไม่มีทางเป็นไปได้โดยปราศจากโลกุตตรธรรม
นักปราชญ์ฝรั่ง เช่น Larslo, Grof และ Russell มีความเห็นว่าอารยธรรมตะวันตกกำลังพาโลกทั้งโลกไปสู่วิกฤตการณ์อย่างรุนแรง และไม่มีทางที่อารยธรรมบริโภคนิยมดำเนินต่อไปโดยไม่ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ มีทางเดียวที่จะรอดได้คือการปฏิวัติจิตสำนึก (Consciousness Revolution) ในการเคลื่อนไหวใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการทางจิตวิญญาณ มีศัพท์บางคำที่นำมาใช้กัน เช่น จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) การปฏิวัติทางจิตวิญญาณ (Spiritual Revolution) จิตวิวัฒน์ จิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education) ซึ่งทั้งหมดล้วนมุ่งไปสู่การยกระดับจิตให้สูงกว่าภพภูมิทางวัตถุ ตามสาระก็ตรงกับคำสอนของอาจารย์พุทธทาสเรื่องช่วยให้มนุษย์ถอนตัวจากวัตถุนิยม เป็นแต่ว่าท่านอาจารย์พุทธทาสมองเห็นวิกฤตการณ์แห่งวัตถุนิยมก่อนใครๆ มาก และเห็นว่าโรคของโลกนี้รุนแรงยิ่ง ไม่มียาอะไรจะแก้ได้นอกจากโลกุตตรโอสถ
มีผู้คนที่ได้รับประโยชน์จากพุทธทาสธรรมเป็นจำนวนมากเท่าใดไม่ทราบแน่ สมมติว่าเป็นหมื่นๆ คน แต่ถ้าถามว่าศีลธรรมของสังคมโดยรวมขณะนี้ดีขึ้นหรือไม่ คงจะต้องตอบว่าเลวลง อาจจะเป็นเพราะจำนวนคนที่ศึกษาพุทธทาสธรรมยังไม่มากพอ หรือเป็นเพราะมีเหตุอื่น
หันกลับไปมองด้านประชาธิปไตยที่เริ่มต้นในปีเดียวกับการสร้างสวนโมขพลาราม ถ้าถามว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแล้วหรือยัง คำตอบก็คือว่ายัง การเมืองล้มลุกคลุกคลาน มีรัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยังไม่มีเค้าว่าจะเกิดระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เมื่อประชาธิปไตยไม่ลงตัวทุกฝ่ายลำบากไปหมด พระมหากษัตริย์ก็ลำบาก รัฐบาลก็ลำบาก ประชาชนก็ลำบาก และบ้านเมืองอาจหลุดเข้าไปสู่ความรุนแรงมิคสัญญีกลียุค

ท่านอาจารย์พุทธทาสชอบพูดถึงความถูกต้องๆ
ระบบอะไรที่ดำเนินไปได้ด้วยดี ทุกองค์ประกอบของระบบนั้นจะต้องมีความถูกต้อง เช่น รถยนต์จะวิ่งไปได้ดีทุกองค์ประกอบจะต้องถูกต้องหมดและสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง อะไรผิดนิดหนึ่งรถก็อาจจะวิ่งไม่ได้แล้ว หรือระบบร่างกายของเราจะเป็นปกติมีสุขภาพดีก็เมื่ออวัยวะทั้งหมด เซลล์ทั้งหมด อณูของสารต่างๆ ในเซลล์ มีความถูกต้อง บางครั้งมีอณูผิดปกติไปตัวเดียวระบบร่างกายทั้งหมดระส่ำระสายและชีวิตเป็นไปไม่ได้
องคาพยพของสังคมมีความซับซ้อน ทุกส่วนจะต้องมีความถูกต้องสังคมจึงจะมีความเป็นปกติ หรือมีสุขภาพดี มิใช่ว่าประชาธิปไตยก็คือมีการเลือกตั้งขึ้นมาเท่านั้นแล้วทุกอย่างจะถูกต้องเป็นธรรม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทุกส่วนของสังคมจะต้องมีความถูกต้องประดุจเรื่องของรถยนต์หรือเรื่องของร่างกายดังที่กล่าวถึง

โครงสร้างของสังคมจะต้องมีความถูกต้อง
สังคมไทยมีโครงสร้างทางดิ่ง คือความสัมพันธ์ระหว่างคนมีอำนาจที่อยู่ข้างบนกับคนไม่มีอำนาจที่อยู่ข้างล่าง ขาดความเท่าเทียมกัน คนข้างบนจะเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ มากกว่าคนข้างล่าง สังคมที่ขาดความเสมอภาคจะเกิดความอยุติธรรมทางสังคม สังคมที่ขาดความเป็นธรรมจะแก้ความยากจนไม่ได้ เพราะความยากจนเกิดจากการขาดความเป็นธรรม ศีลธรรม และประชาธิปไตยก็เกิดไม่ได้ในสังคมที่มีโครงสร้างทางดิ่ง เพราะประชาธิปไตยเกิดจากพื้นฐานที่มีการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ในสังคมที่มีโครงสร้างอำนาจทางดิ่ง ผู้คนจะขาดภราดรภาพ มีการวิ่งเต้นเส้นสาย นินทาว่าร้าย แทงข้างหลัง เอาเปรียบ และคดโกงมาก ในสังคมแบบนี้จะมีการเรียนรู้น้อยเพราะคนมีอำนาจก็จะใช้อำนาจไม่ต้องการเรียนรู้ และไม่ต้องการให้คนใต้อำนาจเรียนรู้ สังคมจึงมีสมรรถนะต่ำในการเผชิญปัญหาที่ซับซ้อน
เป็นที่รู้กันในทางสากลว่าสังคมที่มีความสัมพันธ์ทางดิ่ง เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี และศีลธรรมจะไม่ดี และจะไม่มีทางดีตราบใดที่โครงสร้างสังคมยังเป็นทางดิ่ง แม้จะเคร่งศาสนา ศีลธรรมก็ไม่ดี นี้จะช่วยอธิบายปริศนาที่ว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ พุทธศาสนาก็เป็นของดี เหตุไฉนจึงมีความเสื่อมเสียทางศีลธรรมเต็มไปหมด พุทธศาสนานั้นส่งเสริมอิสรภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ หรือความสัมพันธ์ทางราบ แต่เมื่อเข้ามาสู่ประเทศไทยก็ถูกโครงสร้างทางดิ่งเข้าครอบงำ
สังคมที่มีความสัมพันธ์ทางราบ หมายถึงคนทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนเหมือนกัน มีความเสมอภาค มีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำด้วยภราดรภาพ นี้ตรงกับอปริหานิยธรรม หรือธรรมะเพื่อความเจริญ เมื่อมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำด้วยความเสมอภาคและภราดรภาพ ทำให้สังคมเข้มแข็ง สังคมที่มีความสัมพันธ์ทางราบนี้เรียกกันว่ามีความเป็นประชาสังคม (Civil Society)

สังคมที่มีความเป็นประชาสังคม เศรษฐกิจจะดี การเมืองจะดี และศีลธรรมจะดี
โดยที่สังคมของเรามีโครงสร้างทางดิ่งช้านาน จึงกำหนดความรู้สำนึกคิดและโครงสร้างองค์กรต่างๆ เช่น องค์กรทางการเมือง องค์กรทางราชการ องค์กรทางการศึกษา องค์กรทางธุรกิจ และองค์กรทางศาสนา ล้วนมีโครงสร้างทางดิ่งทั้งสิ้น ทำให้โครงสร้างทางดิ่งเหนียวแน่นมาก แต่ยิ่งเหนียวแน่นเท่าไรก็ยิ่งวิกฤติมากขึ้นเท่านั้น ไม่มีทางก้าวไปสู่การเป็นสังคมที่สันติเป็นธรรมรุ่งเรือง
คนไทยล้วนหวังอยากเห็นบ้านเมืองลงตัว มีประชาธิปไตยที่แท้จริง มีศีลธรรม มีสันติภาพ มีความรุ่งเรือง การที่จะเป็นอย่างนั้น เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ใน ๓ ระดับ คือ
๑. การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตน (Personal Transformation)
๒. การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในองค์กร (Organisational Transformation)
๓. การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในสังคม (Social Transformation)
การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานคือการเปลี่ยนจากพื้นฐานอำนาจไปสู่ปัญญา อำนาจเป็นตัวทำลายความถูกต้อง ตามปกติปุถุชนคิดเชิงอำนาจ ทำเชิงอำนาจ และสัมพันธ์เชิงอำนาจ อำนาจทำให้เกิดความบีบคั้น ความบีบคั้นคือความขัดแย้งคือความทุกข์ และปัญหาตามมาอย่างซับซ้อน

ความคิดเชิงอำนาจเกิดจากการยึดมั่นในตัวกู-ของกู
จิตตปัญญาศึกษาทั้งหลายล้วนมุ่งลดตัวกูของกู เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตน ซึ่งเมื่อเปลี่ยนไปแล้วจะทำให้บุคคลมีความรู้สึกนึกคิดและความสัมพันธ์ใหม่ คือทำให้มีอิสรภาพ มีความสุข และมีความสัมพันธ์กับคนอื่นและสิ่งอื่นใหม่
การศึกษาพุทธทาสธรรมนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตนได้ ขณะเดียวกันควรจะเชื่อมโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในองค์กรและในสังคมด้วย คือเปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงอำนาจไปสู่การเคารพศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคน ความเสมอภาค ภราดรภาพ และการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ หรือการเรียรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ทั้งหมดเป็นประชาธรรม อันนำไปสู่ความเป็นประชาสังคม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี
ลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่สนใจศึกษาพุทธทาสธรรมก็มีเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะเกิดสังคมศีลธรรม ควรที่เครือข่ายผู้สนใจพุทธทาสธรรมจะส่งเสริมให้มีผู้ศึกษาพุทธทาสธรรมจำนวนมากขึ้น อาจจะมีการตั้งเป้าหมาย เช่นว่า ศึกษาพุทธทาสธรรมล้านคนเพื่อพ้นวิกฤติ และโดยที่แน่นอนว่าการศึกษาพุทธทาสธรรมนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตนจากการลดความยึดมั่นในตัวกู-ของกู ควรจะเชื่อมโยงไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในองค์กรและในสังคมด้วย เพื่อการเกิดขึ้นของสังคมประชาธรรมหรือการเป็นประชาสังคาม เพื่อให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี
สังคมที่โครงสร้างลงตัวจะเกิดความสงบซึ่งเกื้อกูลต่อการพัฒนาจิต เป็นพลังแห่งความหลุดพ้น สวนโมกขพลารามสร้างมาได้ ๗๕ ปีแล้ว ในขั้นต่อไปควรจะพยายามให้ประเทศทั้งประเทศ คือสวนที่เป็นพลังแห่งความหลุดพ้น

ท่านอาจารย์พุทธทาสได้สร้างคำสอนไว้ในรูปต่างๆ หลายหมื่นชิ้น บัดนี้เป็นที่น่ายินดีว่าได้มีการตั้งมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส เพื่อก่อสร้างและดำเนินการหอจดหมายเหตุพุทธทาสในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้ากันได้อย่างกว้างขวางสืบไป

ขอให้สวนโมกขพลาราม หอจดหมายเหตุพุทธทาส และเครือข่ายผู้ศึกษาพุทธทาสธรรม ได้เป็นพลังแห่งโมกษะและศานติสุข สมดังเจตนารมณ์ของท่านอาจารย์พุทธทาสมหาเถระผู้เป็นครูของเราทั้งหลาย

 

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
E-Mail:
ชื่อเรื่อง:
ความคิดเห็น:
LAST_UPDATED2