ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
ติดต่อเราได้ที่
หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่และการเดินทาง:
โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐
โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐
อีเมล์: info@bia.or.th
เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1423282กัลยาณมิตร
| Designed by: |
Warning: copy(http://www.thairath.co.th/2551/hotnews02/Sep/library/17/scoop1.jpg) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 401
Notice: Undefined offset: 0 in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 426
Warning: copy(http://www.thairath.co.th/2551/hotnews02/Sep/library/17/scoop2.jpg) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 401
Notice: Undefined offset: 0 in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 426
Warning: copy(http://www.thairath.co.th/2551/hotnews02/Sep/library/17/scoop3.jpg) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 401
Notice: Undefined offset: 0 in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 426
Warning: copy(http://www.thairath.co.th/2551/hotnews02/Sep/library/17/scoop4.jpg) [function.copy]: failed to open stream: HTTP request failed! HTTP/1.1 404 Not Found in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 401
Notice: Undefined offset: 0 in E:\AppServ\www\dhamma4u\dhamma4u\plugins\content\mavikthumbnails.php on line 426
| โฉม! การเมืองใหม่ อำนาจคนหน้าใหม่ |
|
|
| ข่าว/ข่าวหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ - ข่าวน่าสนใจ |
| เขียนโดย Administrator |
| วันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2008 เวลา 00:00 |
|
นักปรัชญาการเมืองแต่โบราณ ขอร้องให้ทุกคนเป็นสัตว์การเมือง คือมีหน้าที่สนใจการเมือง ร่วมกันจัดสังคมให้อยู่กันอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องใช้อาชญา แต่คนสมัยนี้ทำได้มากเกินไป ขนาดที่เรียกว่า การเมืองขึ้นสมอง แล้วใช้การเมืองนั้นเองเป็นเครื่องมือกอบโกย หรือฟาดฟันผู้อื่น ครอบงำผู้อื่น เพื่อประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว ดังนั้น แทนที่การเมืองจะตั้งอยู่ในฐานะเป็นเรื่องศีลธรรม ก็กลายเป็นเรื่อง อุปัททวะจัญไรในโลกไปเสีย
เมื่อกล่าวโดยปรัชญาทางศีลธรรม การเมืองก็คือหน้าที่ของมนุษย์ ที่เขาจะต้องประพฤติกระทำให้ถูกต้องตามกฎของธรรมชาติอันเฉียบขาด เพื่อผลคือการอยู่กันเป็นผาสุก โดยไม่ต้องใช้อาชญา แต่เมื่อไม่มีการคำนึงถึงศีลธรรมกันเสียแล้ว การเมืองก็กลายเป็นเรื่องสกปรก สำหรับหลอกลวงกัน อย่างไม่มีขอบเขต จนกระทั่งโลกนี้กลายเป็นโลกแห่งการหลอกลวง มีแต่สัตว์การเมืองที่เป็นสัตว์การเมืองจริงๆ กล่าวคือ บูชา เรื่อง กิน-กาม-เกียรติ แทนสันติสุข “มีใครสักกี่คน ที่เป็นนักการเมืองเพื่อเอาบุญ ด้วยการมุ่งสร้างสันติภาพขึ้นในโลก? และมีกี่คนที่เป็นนักการเมืองเพื่อตัวกู-ของกู และมีผลกลายเป็นเรื่องของกิน กาม เกียรติชนิดที่เห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว...” นักการเมืองที่แท้จริงต้องมีสังกัดพรรค ขึ้นอยู่กับพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นยอดสุดของนักการเมือง โดยท่านมุ่งหมายจัดสากลจักรวาลให้อยู่กันอย่างสงบสุขโดยไม่ต้องใช้อาชญา แต่...มนุษย์เป็นอันธพาลเสียเอง จัดการเมืองอย่างเป็นพรรคของมาร หรือกิเลส ซึ่งควรเปรียบด้วยภูตผีปีศาจ เพื่อตัวกู ของกู โดยไม่ต้องมองดูประโยชน์ของผู้อื่น เป็นการท้าทายและเหยียดหยามพระเจ้า!
นักการเมืองที่มีธรรมสัจจะข้อนี้อยู่ในใจ ย่อมเป็นนักการเมืองของพระเจ้า การเคลื่อนไหวของเขาทุกกระเบียดนิ้ว มีแต่บุญกุศล จนกระทั่งกลายเป็นปูชนียบุคคลไป “การเมืองสมัยนี้ บังคับให้ต้องแยกจากศีลธรรมยิ่งขึ้นทุกที” การเมืองมิได้จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศของตนอย่างสมัยก่อน แต่แผ่ไปทั่วโลก เกี่ยวเนื่องกันหรือกระเทือนถึงกันหมด แม้ของประเทศเล็กๆ ประเทศเดียว ท่านพุทธทาสบอกว่า ประเทศใหญ่ประเทศหนึ่ง ต้องใช้ภาษีอากรของตนไปจัดการคุ้มครองประเทศหลายประเทศในโลก เพื่อประโยชน์ของตนในลักษณะการลงทุนเพื่อการอยู่รอดของตน หรือกำไรของตน เป็นส่วนใหญ่ การเมืองสมัยนี้จึงยุ่งยาก พร้อมกับหาความถูกต้องหรือเป็นธรรมยาก จนกระทั่งไม่มีใครสนใจว่าการเมืองต้องเป็นธรรม หรือมีศีลธรรม หรือถึงกับเป็นตัวศีลธรรมนั่นเอง ดังนั้น เราจึงเผยแพร่ศีลธรรมยากขึ้นทุกที “ความขัดแย้งระหว่างการศึกษาที่ถูกกำกับทางวัฒนธรรม กับวิถีที่เราดำเนินอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าการศึกษาโลกปัจจุบันไม่สนใจศาสนธรรม แต่ขัดที่ระบบความรู้ที่ต่างกัน...” ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ปาฐกถาชุดพุทธธรรมนำไทยพ้นวิกฤติ หัวข้อ ศาสนธรรมกับการศึกษา ในงานแถลงข่าว เปิดประตูสวนโมกข์กรุงเทพฯ จัดตั้งหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ที่สวนรถไฟ จตุจักร อาจารย์นิธิ บอกว่า ศาสนธรรมถือว่าประสบการณ์ทางจิตเป็นหัวใจสำคัญ ของการได้มาซึ่งความรู้ ขณะที่วิชาการโลกปัจจุบัน มุ่งเน้นประสบการณ์ทางกาย ประสบการณ์สมองเชิงประจักษ์ คือเงื่อนไขสำคัญในการได้มาซึ่งความรู้ จุดมุ่งหมายศาสนธรรมพูดกว้างๆเพื่อชีวิตนิพพาน หลุดพ้น แต่วิทยาการสมัยใหม่ มีจุดมุ่งหมายสองอย่าง เรียนหนังสือเพื่อโลก ประเทศชาติให้ดีขึ้น และเพื่อตัวเอง “การศึกษาเป็นการลงทุนหนึ่ง ผลก็คือ การศึกษาเป็นสินค้าที่คนมีเงิน มากซื้อได้มาก ขณะที่คนไม่มีเงินซื้อได้น้อยลง แบ่งแยกระหว่างคนจนคนรวยได้มากขึ้น”
สังคมวันนี้ ทำอย่างไรวิทยาการสมัยใหม่จะมีฐานของศาสนธรรมรองรับ? ปัญหาวันนี้ไม่ใช่แค่ว่าเด็กกราบพระไม่เป็น ไม่รู้จักว่าศีล 5 คืออะไรแต่ปัญหาลึกเกินกว่า “ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน ปัญหาจะต้องมีต่อไป ระหว่างนี้ จะมีการทะเลาะกัน ขัดแย้งกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน กว่าการเมืองจะนิ่ง” ประชาธิปไตยคืออุดมคติในทางฝันของคนต่างๆ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยน เมื่อสังคมเปลี่ยน ฉะนั้น ไม่มีประชาธิปไตยสำเร็จรูปในสังคมใดสักแห่งหนึ่งในโลกนี้ ทุกสังคมที่เป็นประชาธิปไตยต้องปรับตัวเองไปเรื่อยๆตามความฝัน ซึ่งเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆเช่นกัน มนุษย์เราไม่ได้ฝันเหมือนพ่อของเรา ลูกเราก็จะฝันไม่เหมือนเรา สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แน่นอนว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะการเมืองที่หยุดนิ่ง คือการเมืองที่ตายแล้ว การเมืองไหนๆ ก็ต้องเปลี่ยนต้องปรับตามความฝัน ตามคุณค่าที่เกิดขึ้นใหม่ “สมัยที่คุณสฤษดิ์ขึ้นมาแรกๆ เจ้าพ่อท้องถิ่นยุคนั้นอยู่ที่ท้องถิ่นอย่างเดียว ใครลุกขึ้นมาก็ถูกขัง ต่อมา 17-18 ปี เจ้าพ่อท้องถิ่นเปลี่ยนฉากหน้าเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี” อาจารย์นิธีชี้ว่า นี่คือวิวัฒนาการปรับเปลี่ยนแบบหนึ่ง จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเจ้าพ่อเหล่านั้นไม่สั่งสมอำนาจในท้องถิ่น ด้วยวิธีการยอมจำนนต่อรัฐบาล วันนี้การเมืองใหม่ จะเริ่มอย่างไร อย่าถามว่า การเมืองใหม่จะเกิดขึ้นในรูปแบบใด เพราะไม่มีนักปราชญ์คนไหนสักคนเดียวในโลกนี้ สามารถทำนายได้ การเมืองใหม่จะเกิดขึ้นจากการคัดง้าง ขัดแย้ง ต่อรอง ต่อสู้ และอาจจะเกิดการนองเลือดของกลุ่มคนต่างๆที่เข้ามามีส่วนแบ่งของอำนาจ “กลุ่มคนเหล่านี้จะเข้ามาต่อรอง ฉันขอแค่นั้นแค่นี้ กลุ่มนี้อาจบอกว่าไม่ได้ มากไป ก็เกิดการต่อรองไปเรื่อยๆ” สังคมไทยจะเคลื่อนเข้าสู่การนองเลือดหรือเปล่า ก็ยิ่งตอบไม่ได้ บอกได้เพียงว่าการปรับระบบการเมืองของประเทศไทยที่ผ่านมา อย่างน้อยที่สุดที่มองเห็นเกิดขึ้นสองครั้ง “ปลายรัชกาลที่ 5 ถึงปี 2475 ซึ่งอาจจะถึง 2482 ด้วยซ้ำไป กว่าการเมืองจะเริ่มนิ่ง คนไทยก็เสียเลือดไปไม่น้อย...
ระหว่างนั้น เกิดการต่อรอง คัดง้างกันตลอดเวลา ส.ส.จากท้องถิ่น จะเอาอำนาจสักแค่ไหน ในที่สุดก็ตกลงกันได้ เลือก ส.ส. เข้ามาแต่ละพื้นที่ มีสิทธินั่งเก้าอี้รัฐมนตรี แต่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นคนที่กองทัพรับรอง เป็นอันว่า ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดก็ไม่ชอบถึงที่สุด แต่เป็นสิ่งที่บอกว่าการเมืองมันนิ่งไปพักหนึ่ง ยุคต่อมาสังคมเปลี่ยนก็เปลี่ยนอีก เกิดคนหน้าใหม่ๆ อยากจะมีส่วนแบ่งอำนาจ ก็ต้องเข้ามาทะเลาะกันต่อไปอีก “ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่อยากจะชวนสังคมไทยว่าเราต้องเข้มแข็งเอาไว้ ให้มันทะเลาะกัน แต่อย่ายอมให้มันใช้ความรุนแรง” รัฐบาลจะต้องอยู่ข้างประชาชนเสมอ? ท่านพุทธทาส ลิขิตไว้ว่า มีผู้กล่าวว่า รัฐบาลต้องอยู่ข้างประชาชน (คนจน) เสมอ จึงจะอยู่ได้ หรือเป็นผลดีแก่ประเทศ การกล่าวอย่างนี้ เห็นว่าไม่ถูก มันต้องพูดใหม่ว่า รัฐบาลต้องอยู่ข้างฝ่ายเป็นธรรม หรือศีลธรรมเสมอ การถือหลักอย่างข้างบนนั้น ทำให้ประชาชนเป็นบ้า และบ้ามากขึ้นเปล่าๆ และคำกล่าวเช่นนั้น ดูจะมาจากฝ่ายประชาชน (คนจน) นั่นเอง ฝ่ายนายทุน หรือรัฐบาล (ที่ดี) ไม่ได้กล่าว ถ้าจะให้พระเจ้ากล่าว ก็จะกล่าวว่า ทุกคนควรอยู่กับศีลธรรม! แล้วจะไม่แตกแยกเป็น 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล นายทุน ประชาชน อีกต่อไป. ที่มา http://www.thairath.co.th/news.php?section=hotnews02&content=104395 เขียนความคิดเห็นของคุณ |
| LAST_UPDATED2 |
รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต
ธรรมะใกล้มือ
ธรรมะ Online
กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
• จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน
กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์












ท่านพุทธทาสลิขิตข้อคิดทางการเมืองไว้ว่า ธรรมะกับการเมือง เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ได้ แยกกันเมื่อไร การเมืองก็กลายเป็นเรื่องทำลายโลกขึ้นมาทันที
การเมืองที่แท้จริงสำหรับมนุษย์ ต้องตั้งรากฐานอยู่บนรากฐานทางศาสนาของทุกศาสนาที่มีอยู่ว่า สัตว์ทั้งหลาย เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
ระบบโรงเรียน ระบบการศึกษาทั้งหมดที่ใช้ในปัจจุบัน สร้างขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดการในสังคม เศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน สอนให้คนสามารถอยู่ในชีวิตอุตสาหกรรม ฝึกอย่างไรให้คนที่เป็นชาวนาเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้คนที่ทำงานอยู่ในโรงงานได้
อีกครั้งปี 2500 เมื่อครั้งจอมพลสฤษดิ์ นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคม จาก 14 ตุลาคม มาถึงยุคคุณเปรมฯเป็นนายก ปี 2525 การเมืองจึงจะเริ่มนิ่งอีกที”