ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
ติดต่อเราได้ที่
หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่และการเดินทาง:
โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐
โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐
อีเมล์: info@bia.or.th
เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1425260กัลยาณมิตร
| Designed by: |
| ๓๐ คำคมจากธรรมะโมบาย โดย ว.วชิรเมธี |
|
|
| รวมบทความ - พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี |
| เขียนโดย ว.วชิรเมธี |
| วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2009 เวลา 14:39 |
|
อาจก่อให้เกิดความสั่นสะเทือนลึกลงไปสุดใจของลูก ทั้งชีวิต หนึ่งอ้อมกอดที่แม่บรรจงหยิบยื่นให้ลูก อาจก่อให้เกิดความพันผูกข้ามกาลเวลา ทุก ๆ ปฏิสัมพันธ์เป็นได้ทั้งบาดแผล และ ดอกไม้สำหรับลูก
๒. คนใกล้ชิดเป็นศัตรู แม้กำแพง ๗ ชั้น ก็ป้องกันไม่ได้ ศัตรูที่มาจากภายนอกต่อให้ยกมาถึง ๙ ทัพ เราก็มองเห็นและเตรียมตัวทัน แต่ศัตรูที่มาจากคนในด้วยกัน คือศัตรูที่อันตรายที่สุด เพราะเรามักมองไม่เห็น และไหวตัวไม่ทัน
๓. เวลาเรือเอียงเรามักจะมองเห็นและแก้ไขได้ทันท่วงที แต่ความลำเอียงในใจคนมักถูกปกปิดอย่างมิดชิดและแสดงออกอย่างแยบยล กว่าจะรู้ว่าคนที่เรารักมากด้วยความลำเอียง บางครั้งมันก็สายเกินไป
๔. ไม่มีแรงใดเสมอด้วยแรงกรรม แรงฟ้ามนุษย์แก้ได้ด้วยสายล่อฟ้า แรงน้ำมนุษย์แก้ด้วยการเปลี่ยนเส้นทาง หรือสร้างกำแพงกั้นน้ำ แรงพายุมนุษย์แก้ได้ด้วยการปลูกป่า แต่แรงกรรมมีแต่ต้องก้มหน้ารับโดยส่วนเดียว
๕. อยู่คนเดียวจงระวังความคิด อยู่กับมิตรจงระวังวาจา อยู่กับมารดาบิดาจงระวังการปฏิบัติตน ถ้าคิดไม่ระวังจะกลายเป็นคิดฟุ้งซ่าน ถ้าพูดไม่ระวังมิตรจะเข้าใจผิด ถ้าปฏิบัติไม่ดีต่อมารดาบิดาจะเป็นการสร้างบาปให้ตนเอง
๖. ทำบาตรแตก ถ้วยแตก ชามแตก แก้วแตก ยังดีกว่าทำให้คนแตกกัน เนื่องเพราะวัตถุที่แตกแล้วสามารถประสานให้ดีดังเดิม ได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าคนแตกสามัคคีกันเป็นฝักฝ่ายแล้ว บางทีทั้งชีวิตก็ไม่สามารถสนิทสนมกันได้อีก
๗. สิ่งที่เราให้คนอื่น แท้จริงแล้วคือของที่เราฝากให้แก่ตนเองในวันข้างหน้า เช่น วันนี้เราด่าเขา วันข้างหน้าเราจะถูกเขาด่า วันนี้เราโกงเขา วันข้างหน้าเราจะถูกเขาโกง วันนี้เราเนรคุณเขา วันข้างหน้าเราจะถูกเขาเนรคุณ
๘. ความดีที่ทำไว้ในหมู่คนพาล ถึงมากมายมหาศาลก็สูญเปล่า การทำสิ่งดี ๆ ให้แก่คนที่ไม่เห็นคุณค่า ก็ไม่ต่างอะไรกับการเทน้ำลงกองทราย ถึงเทอย่างไรก็ซึมหายหมด ดังนั้นจะทำดีกับใคร ควรใช้ปัญญาคิดให้รอบคอบ
๙. การมีความสุขที่ก่อความทุกข์ให้คนอื่นนั้น ไม่ใช่ความสุขที่แท้ มันเป็นได้แค่ความสุขจากการเกาขอบแผลที่กำลังคัน ยิ่งเกาดูเหมือนยิ่งสุข แต่แท้ที่จริงมันคือความทุกข์ที่แฝงมาอย่างแนบเนียน
๑๐. ดูข่าวการเมือง ยิ่งดูยิ่งวุ่นวาย ยิ่งดูยิ่งฟุ้งซ่าน แต่หากกลับมาดูใจของตนอย่างมีสติ รู้เท่าทันทุกเรื่องที่คิด ทุกจิตที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว ความทุกข์มากมายจะดับลง ดูจิตวันละนิดจิตแจ่มใส
๑๑. น้ำขุ่นที่ใส่สารส้มลงไป น้ำที่ขุ่นนั้นก็ใสได้เหมือนกัน ใจขุ่นหากใส่สารแห่งความรู้สึกตัวลงไป ไม่นานเท่าไรใจนั้นก็แจ่มกระจ่างเหมือนกัน น้ำขุ่นแก้ได้ฉันใด ใจขุ่นก็แก้ได้ฉันนั้น
๑๒. คนที่ทำงานผิดพลาด แล้วป่าวประกาศว่าเป็นความผิดของคนอื่น คือคนที่มีแต่จะผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนคนที่ทำงานผิดพลาด แล้วลุกขึ้นมายอมรับอย่างองอาจเปิดเผย คือคนที่ไม่มีโอกาสผิดพลาดซ้ำอีกเลยในชีวิต
๑๓. ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาทไม่มีวันตาย ผู้ประมาทไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว กวีบทนี้ทำให้พระเจ้าอโศกเปลี่ยนจากกษัตริย์ที่ดุร้ายมาเป็นชาวพุทธชั้นนำ
๑๔. คนไทยไปงานศพแทบทุกเย็น โดยไม่เคยรู้สักนิดว่าวันหนึ่งตัวเราจะเป็นศพ ดังนั้นเราควรฝึกไปงานศพตัวเองทุกวัน ด้วยการบอกกับตัวเองว่า ความตายอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก
๑๕. อยากโชคดี ไม่ใช่ไปหาวิธีลอดท้องช้าง แต่อยากโชคดี เริ่มกันที่การมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ขอเพียงมีปัญญา โชคดีก็ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย แต่ถ้าไร้ปัญญา โชคร้ายจะไหลเข้ามาเหมือนห่าฝน
๑๖. อ่านหนังสือเล่มนอกมากมาย อาจทำให้รู้จักใครทั่วทั้งโลก แต่ไม่รู้วิธีดับทุกข์ในใจตัวเอง ส่วนการอ่านหนังสือเล่มใน แม้ทำให้ไม่รู้จักใครอย่างกว้างขวาง แต่นำไปสู่การรู้จักตนอย่างลึกซึ้ง ดับทุกข์ได้อย่างเด็ดขาด
๑๗. ในตัวเรามีทั้ง ๓ ฤดู เมื่อความโกรธเข้าครอบงำจิต ใจร้อนเป็นไฟดั่งฤดูร้อน เมื่อใดความโลภเข้าครอบงำอยากได้ จิตใจก็เพลิดเพลินเหมือนฤดูฝนเย็นฉ่ำ เมื่อใดความหลงเข้าครอบงำจิตใจ ก็มืดมนไหวสะท้านเหมือนเดินอยู่กลางฤดูหนาว
๑๘. แม้ประตูคุกปิดล็อกอย่างแน่นหนา แต่คนพาลมากมายทยอยสู่ที่คุมขัง ความเลวร้ายประดาในชีวิตเรา ไม่ได้เกิดจากมือที่มองไม่เห็นดลบันดาลให้เป็นไป แต่เกิดจากตัวเราพาตัวเข้าไปแส่หาด้วยความขลาดเขลาเบาปัญญาทั้งสิ้น
๑๙. ชีวิตแสนสั้นอยู่กันไม่นานก็ลาจาก ชีวิตเหมือนน้ำค้างสดใสในยามเช้า พอยามสายก็หายไป ชีวิตเหมือนพยับแดด มองไกล ๆ เหมือนมีตัวตนน่าสนใจ แต่พอเข้าไปใกล้กลับเหมือนแต่ความว่างเปล่า
๒๐. นิ้วทั้ง ๕ ไม่เท่ากันฉันใด ความสามารถของแต่ละคนมีไม่เท่ากันฉันนั้น ธรรมชาติต้องการสอนให้เราอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย บางสิ่งที่เขาขาด เราอาจมี บางสิ่งที่เขาดี เราอาจด้อย เราเกิดมาเพื่อเติมเต็มกันและกัน
๒๑. ในใจเรามีทั้งตัวสร้างและตัวเสื่อม ตัวสร้างคือธรรมมะ ตัวเสื่อมคือกิเลส เวลาอยากทำอะไรดี ๆ นั่นคือบทบาทของตัวสร้าง แต่ในขณะที่เราอยากทำดีกลับรู้สึกว่าไม่ควรจะทำ นั่นคือบทบาทของตัวเสื่อม
๒๒. วิกฤตมีเพื่อพิสูจน์ปัญญา ปัญหามีเพื่อพิสูจน์ความสามารถ สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราล้วนมีความหมาย ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาอย่างว่างเปล่า ถ้าใช้ปัญญาพิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะเห็นคุณค่าของทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต
๒๓. น้ำที่ไหลแรงที่สุดคือน้ำใจ น้ำใจที่ปรารถนาจะช่วยคน ทำให้คนจำนวนมาก ข้ามน้ำข้ามทะเลไปช่วยเพื่อนมนุษย์ที่ตกยากได้อย่างไม่กลัวเหนื่อยล้า พรมแดนของประเทศก็ไม่สามารถขัดขวางน้ำใจคน
๒๔. ไฟจากเตาเผาไหม้มีแค่บางเวลา แต่ไฟกิเลสเผาไหม้อยู่ในใจตลอดเวลา ไฟที่ร้ายแรงที่สุดจึงเป็นไฟแห่งกิเลส กล้องที่ส่องได้ไกลที่สุดคือ กล้องปัญญา ที่ส่องทะลุทะลวงไปถึงอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต
๒๕. นัยอันลึกล้ำของคำว่าขอบคุณ ขอบคุณความไม่มี ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้ ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
๒๖. คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความโกรธ ต่อให้นอนบนเตียงราคาแพงลิบลิ่ว ปูด้วยพรมขนสัตว์ที่มีลวดลายบุปผชาติประดับไปทั้งผืน ก็ไม่อาจทำให้หลับตาลงอย่างเป็นสุขได้เลย ตลอดรัตติกาลอันยาวนาน
๒๗. นัยอันลึกล้ำของคำว่าขอบคุณ ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
๒๘. แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝน ต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืนก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำ คนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้ ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืน ก็ยังคงโง่เท่าเดิม
๒๙. นัยอันลึกล้ำของคำว่าขอบคุณ ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์ ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นใหม่ ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
๓๐. อยู่ให้คนเขารัก จากไปให้คนเขาอาลัย ล่วงลับไปให้คนเอ่ยอ้างถึง อยู่ให้คนรัก คืออยู่อย่างผู้ให้ จากไปให้คนอาลัย คือก่อนจาก สร้างสรรค์แต่สิ่งมีคุณค่า ล่วงลับไปให้คนระลึกถึง คือเวลามีชีวิต ทำแต่คุณงามความดีจนเป็นที่จดจำ.
*****
ขอขอบพระคุณ บทความจาก http://www.oknation.net/blog/tocare/2009/06/12/entry-1 ภาพจาก http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aston27&group=10&page=3 {comments} |
| LAST_UPDATED2 |
รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต
ธรรมะใกล้มือ
ธรรมะ Online
กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
• จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน
กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์












ชูชีพ พ่วงรอด 08-7648-2876 วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2554
…………………….
บนเส้นทาง ชีวิต ที่ขื่นขม สองตากลม ซ้าย-ขวา ฝ้าฟางหนอ พ่อแม่ส่ง เรียนจบ ปวช. ก็เกินพอ ครอบครัวจน คนพิการ ตาซ้ายบอด ข้างขวา มาเป็นต้อ ลุกลามต่อ เข้าตาดำ นำบังม่าน เห็นมัวมัว มืดมน ทนทรมาน ปณิธาน สู้ชีวิต มิคิดท้อ จบ ปวช. เกรดเฉลี่ย สามจุดสาม อยากติดตาม เรียนต่อ ปวส. เกษตรบ้านกร่าง ให้โควตา ตั้งตารอ อยากเรียนต่อ พ่อแม่จน ค้นหางาน สมัครสอบ บรรจุครู ที่โคราช ได้สมมาตร มวลพ่อแม่ แลสุขศานต์ ติดสำรอง ที่หกสิบห้า พาชื่นบาน ไปทำงาน หาทุน ช่วยหนุนนำ ศูนย์การศึกษา คนตาบอด ที่ขอนแก่น เป็นดินแดน ทำงานรอ พออิ่มหนำ เลี้ยงไก่ไข่ ให้อาหารปลา งานประจำ ก็สุขล้ำ รอทางการ ขานเรียกมา มีลูกน้อง บอดสนิท เป็นเพื่อนยาก ทนลำบาก แต่หัวใจ ให้หรรษา ได้ร่วมงาน คนพิการ ด้านสายตา ยังดีกว่า คนตาดี ที่ใจพาล เพราะหัวอก เดียวกัน สัมพันธ์นัก ได้รู้จัก ยื่นน้ำใจ แผ่ไพศาล จูงมือเขา เดินเล่น ว่างเว้นงาน เขาสำราญ เป็นดวงตา พาเขาเดิน ทำงานที่ นี้ได้ ไม่นานหนอ สปจ. มีสารมา น่าสรรเสริญ เรียกบรรจุ เป็นพ่อพิมพ์ ยิ้มเพลิดเพลิน ได้รับเงิน ต่ำกว่าวุฒิ รุดเร่งมา ฉันตอบรับ ทันใด ไปบรรจุ เพื่อบรรลุ สิ่งที่หวัง ตั้งใจหนา เลือกโรงเรียน บ้านเมืองนาท ญาตินำมา แจวเรือพา ศิษย์ข้ามฝั่ง อย่างตั้งใจ อยู่เมืองนาท ยี่สิบสองปี เปลี่ยนที่หมาย ฉันขอย้าย หาประสบการณ์ บ้านหลังใหม่ สับเปลี่ยนกับ ครูรุ่นพี่ ที่รู้ใจ ก็ได้ไป สมเหตุ ตามเจตนา สู่บ้านเหนือ ทัพรั้ง ผังใกล้ชิด ได้พบมิตร หมู่ใหม่ ใครอิจฉา ทั้งงาน-เงิน จำเริญ พัฒนา ฉันก้าวหน้า ทำผลงาน ผ่านสมใจ สามกุมภา ปีห้าสี่ ที่ปลื้มจิต ฉันมีวิทย- ฐานะ หน้าสดใส ชำนาญการ พิเศษ เขตสั่งไป ฉันกำชัย ด้วยกุศล มงคลพร เพราะได้ที่ ปรึกษาดี พี่เกริกหนา ครูจินตนา ท่วมกลาง นำทางสอน ช่วยแก้ไข สิ่งผิดพลาด หรือขาดตอน ประนมกร ก้มกราบ ซาบซึ้งคุณ ไม่เคยเรียก ร้องสิ่งใด ใจเป็นพระ มีมานะ มากน้ำใจ ได้เกื้อหนุน ถึงเหน็ดเหนื่อย จากงาน ท่านการุณย์ เผื่อแผ่บุญ ช่วยครูย้ำ ทำผลงาน ครูโคราช นับถือท่าน มานานนัก ต่างรู้จัก ครูผู้ให้ ใหญ่ประสาน ช่วยครูผู้ ยากไร้ ได้ผลงาน มีดวงมาลย์ สร้างกุศล ผลเป็นบุญ เมื่อขวัญดี งานเดิน ใจเกินร้อย นำศิษย์น้อย กวดวิชา น่าสนับสนุน สอนเสริมให้ ใจศรัทธา ปรารถนาบุญ ตอบแทนคุณ พระราชา ข้าแผ่นดิน แต่สิ่งที่ คิดฝัน พลันสะดุด เพราะมนุสฺ สเปโต โผล่พังสิ้น ลิ้นมุสา ว่าความใส่ ให้มลทิน เหยียบจมดิน สิ้นทางแก้ แพ้พาลภัย บังคับขู่ เคี่ยวเข็ญ เน้นลูกศิษย์ ให้มีจิต คิดล้างครู สู้ไม่ไหว ขาดพยาน ข้างกาย ทำลายไป คนจัญไร ทำได้หนอ กับพ่อพิมพ์ เรื่องแค่เล็บ เขาเหน็บใส่ ไล่ถึงนิ้ว เรื่องแค่ผิว เขาพลิกผัน เชือดฉันนิ่ม เรื่องบังเอิญ ขาดเจตนา ท้าเมฆินทร์ หากยลยิน นำข่าวแจ้ง แหล่งเทวา ถ้าฉันผิด แผลงฤทธิ์ฆ่า ให้อาสัญ ให้สวรรค์ ชี้ทางสู้ ผู้พิพากษา ฉันถูกไซร้ ให้พาลไพร่ ได้มรณา นรกพา จมดิ่ง วิ่งใช้กรรม บนเส้นทาง ที่วาดฝัน อันสดใส ลูก-หลานใหญ่ ได้ปริญญา พาอิ่มหนำ โชคชะตา หมูหมาแกล้ง แล้งใจดำ อยุติธรรม เศร้าสลด อนาคตงอ ฉันต่อสู้ คดี ถึงที่สุด ไม่เคยหยุด หาอุบาย แก้ไขหนอ ควักเงินจ่าย เท่าไร ก็ไม่พอ มีแต่ขอ เพิ่มขึ้น ยืนขาเดียว มีหน้าม้า บางคน ดิ้นรนช่วย กลับพาซวย กินฟรี มีคนเอี่ยว เงินสามแสน หายลิบ พริบตาเดียว หน้าซีดเซียว ลูกเมียอด หมดทุนรอน ทำความดี มาก็มาก นั่งครุ่นคิด ใยชีวิต ต้องอับจน คนหลอกหลอน ทั้งฝ่ายโจทก์ คนมีสี ที่ลิดรอน ให้ฉันนอน คิดหนัก พรรคพวกมาร ทนายความ ทำงานให้ ไม่เต็มที่ เอาแต่หนี ดีแต่ปาก ยากประสาน จ้างคนใหม่ ใช้เงินเพิ่ม เริ่มลนลาน เพราะงบบาน หมดกระเป๋า เรานอนซม อันจำเลย หาพยาน นั้นแสนยาก ฉันลำบาก เห็นเรายับ เขาทับถม แต่คนดี ที่ศรัทธา น่านิยม เห็นฉันล้ม เขาช่วยรับ ประคับประคอง อาสาเป็น พยานให้ ได้สามปาก เพื่อแก้ยาก ใหญ่เป็นเล็ก เด็กช่วยสอง ผู้ใหญ่หนึ่ง พึ่งพา มารับรอง เพราะฉันร้อง ความเป็นธรรม ย้ำโดนลวง อัยการ ยังยืนกราน ท่านใช้สิทธิ์ ล้างความผิด ไม่หมด โทษใหญ่หลวง ยื่นฟ้องศาล พยานแน่น แผนพุ่มพวง น้ำตาร่วง รินหยด รดปฐพี บนเส้นทาง เหยียบเหงา เศร้าดวงจิต ไม่มีมิตร มามอง ย่องเดินหนี ฉันนอนตรึก นึกความหลัง ครั้งทำดี ไม่เคยมี ใครจำ ทำลืมไป พอฉันล้ม เขาเหยียบซ้ำ ย้ำอย่าช่วย คนเฮงซวย เอ่ยปากปราม หยามเหยียดไหม คนบางคน ไม่รู้จัก สมัครใจ ช่วยแก้ไข ร้ายเป็นดี เขามีคุณ บ้างก็บอก มันทำผิด ให้ติดคุก อย่าไปปลุก ให้มันฟื้น คืนอบอุ่น มีแต่ซี ใหญ่ใหญ่ ไร้การุญ ปั่นหัวหมุน คนช่วยฉัน นั้นข้องใจ หรือพุทธ สุภาษิต ผิดสัจจะ หรือธรรมะ แพ้อธรรม คำคมใหม่ หรือสวรรค์ เล่นกล คนจัญไร ยิ้มชอบใจ ฆ่าครูให้ ตายทั้งเป็น ครูมีชอล์ก เป็นอาวุธ ฉุดลากศิษย์ ให้พ้นพิษ อวิชชา ฟ้าต้องเห็น พาลมีปาก เป็นกรรไกร พูดให้เอน เขาเคี่ยวเข็ญ ขู่ฆ่า ให้จาบัลย์ โจทก์สติ ปัญญาต่ำ ถลำลึก เขาไม่นึก ฆ่าครูบา ให้อาสัญ เชื่อตามญาติ ยุยง คงยืนยัน จึงถึงวัน ต้องกราบลา อาชีพครู
ประพันธ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔
ได้รองแดง ใจดี ชี้ทางออก กระซิบบอก ท่านเห็นใจ ให้ต่อสู้ รับบำนาญ ทางบ้านแย่ แก้อดสู มาเลี้ยงดู ลูกหลาน บานตะไท ยี่สิบเก้า พฤษภา ปีห้าสี่ ไม่รอรี ยื่นใบลา หน้าไม่ใส สิบหกมิถุนา มีผล คนราชไป ได้รับใช้ หลวงท่าน มานานปี ยี่สิบเจ็ดปี หกเดือน ที่เคลื่อนคล้อย งานใหญ่น้อย ฝากไว้ คู่ศักดิ์ศรี ทั้งอำเภอ ศูนย์-เขต ประเทศมี ทั้งดีกรี ครูดี ศรีแผ่นดิน ตั้งตารอ วันศาล พิพากษา อยู่อย่างกา ต่ำพงศ์ วงศ์หงส์สิ้น อนาถา ระอาท้อ ต่อชีวิน ไม่มีกิน ญาติเศร้า มิตรเราไกล เงินบำนาญ น้อยนิด ชีวิตแย่ ต้องเผื่อแผ่ สิบห้าคน ทนหวั่นไหว ชีวิตดิ่ง ตกต่ำ ช้ำอาลัย สะเทือนใจ ทอดถอน นอนเดียวดาย เมื่อเงินมี มิตรมา กาเป็นหงส์ พอบุญลง หงส์เป็นกา น่าใจหาย ไม่มีมิตร มามอง สองข้างกาย ฝันสลาย หดหู่ สู้คนเดียว ไม่มีญาติ ผู้ใหญ่ ใส่ใจช่วย คอยอำนวย วาสนาฉัน นั้นแห้งเหี่ยว เคยทำงาน ถวายหัว ตัวเป็นเกลียว เขาไม่เหลียว แลหลัง นั่งมืดมน มีทนาย หมายแต่แนะ แปะชื่อฝาก แสนลำบาก มากปัญหา พาสับสน มีคนมา ช่วยหนอ ก็เหลือทน พาฉันจน ช่วยอะไร ไม่ได้เลย สี่ชีวิต ลูกหลานฉัน พลันผันเปลี่ยน ในวัยเรียน หงอยจิต มิตรเมินเฉย ค่าขนม นมเนย ไม่เหมือนเคย สุดจะเอ่ย สิ้นสุข ทุกข์อย่างเดียว สังคมเขา นินทาฉัน นั้นไม่ผิด มันเป็นสิทธิ์ ส่วนตัวหนา หาข้องเกี่ยว เพราะทุกข์เกิด จากสมุทัย ไขปมเกลียว ฉันผู้เดียว เท่านั้น รู้ทันความ ปากต่อปาก ใจคน ผลมะเดื่อ เขาคงเชื่อ กล่าวขาน พานเหยียดหยาม เพราะได้เชื้อ ก่อไฟ คนใจทราม เป่าลุกลาม หมดทางโต้ โล้ตามลม วันเลี้ยงส่ง อำลา แสนอาลัย ฉันร้องไห้ น้ำตานอง ต้องขื่นขม เพียงสิบกว่า ชีวิต รอบโต๊ะกลม ไม่เหมาะสม กับซี ที่ได้มา หมดโอกาส ลาเพื่อน แลพวกพ้อง ฉันจึงต้อง ชี้แจง แต่งภาษา กลั่นจากใจ เขียนคำกลอน ขอกราบลา ทางข้างหน้า หัว-ก้อย คอยติดตาม ขอโทษที่ ทำให้ ใครผิดหวัง เคยสอนสั่ง ลูกนี้ คนที่สาม ขอโทษครู แม่พระ มานะงาม อาจารย์สาม ได้เหนาะเหนาะ เพราะครูจินต์ เงินตกเบิก ไม่ทันใช้ ภัยมาแกล้ง เงินทุกแห่ง ในธนาคาร พลันสูญสิ้น พาลนำภัย ไร้ปัญญา หาทำกิน เขาใช้ลิ้น รอเงินล้าน หาญใส่ความ ศาลตัดสิน อย่างไร น้อมใจรับ น้อมคำนับ ปรมาภิไธย ในสยาม มโนธรรม ข้างใน ใจคู่ความ จะงอกงาม ทางร้าย-ดี นี้เฝ้ารอ ถ้าศาลโลก ตัดสินให้ ใจขุ่นข้อง จะไปฟ้อง ยมราช อาฆาตหนอ คุณความดี ที่ทำไว้ ถ้าไม่พอ ก็จะขอ รับกรรม เชิญทำทัณฑ์ กราบลาแล้ว อาชีพครู ผู้สูงเกียรติ สู่ความเหยียด หยามชัง ประดังลั่น ถ้าไม่ผิด กลับคืนครู สู่สถาบัน เพื่อสร้างสรรค์ เยาวชนไทย ก้าวไกลเอย
ประพันธ์เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โชคดี..มั่งมีทุกคน ฉันจน..ต้องทำใจ
ชูชีพ พ่วงรอด 08-7648-2876 วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2554
…………………….
บนเส้นทาง ชีวิต ที่ขื่นขม สองตากลม ซ้าย-ขวา ฝ้าฟางหนอ พ่อแม่ส่ง เรียนจบ ปวช. ก็เกินพอ ครอบครัวจน คนพิการ ตาซ้ายบอด ข้างขวา มาเป็นต้อ ลุกลามต่อ เข้าตาดำ นำบังม่าน เห็นมัวมัว มืดมน ทนทรมาน ปณิธาน สู้ชีวิต มิคิดท้อ จบ ปวช. เกรดเฉลี่ย สามจุดสาม อยากติดตาม เรียนต่อ ปวส. เกษตรบ้านกร่าง ให้โควตา ตั้งตารอ อยากเรียนต่อ พ่อแม่จน ค้นหางาน สมัครสอบ บรรจุครู ที่โคราช ได้สมมาตร มวลพ่อแม่ แลสุขศานต์ ติดสำรอง ที่หกสิบห้า พาชื่นบาน ไปทำงาน หาทุน ช่วยหนุนนำ ศูนย์การศึกษา คนตาบอด ที่ขอนแก่น เป็นดินแดน ทำงานรอ พออิ่มหนำ เลี้ยงไก่ไข่ ให้อาหารปลา งานประจำ ก็สุขล้ำ รอทางการ ขานเรียกมา มีลูกน้อง บอดสนิท เป็นเพื่อนยาก ทนลำบาก แต่หัวใจ ให้หรรษา ได้ร่วมงาน คนพิการ ด้านสายตา ยังดีกว่า คนตาดี ที่ใจพาล เพราะหัวอก เดียวกัน สัมพันธ์นัก ได้รู้จัก ยื่นน้ำใจ แผ่ไพศาล จูงมือเขา เดินเล่น ว่างเว้นงาน เขาสำราญ เป็นดวงตา พาเขาเดิน ทำงานที่ นี้ได้ ไม่นานหนอ สปจ. มีสารมา น่าสรรเสริญ เรียกบรรจุ เป็นพ่อพิมพ์ ยิ้มเพลิดเพลิน ได้รับเงิน ต่ำกว่าวุฒิ รุดเร่งมา ฉันตอบรับ ทันใด ไปบรรจุ เพื่อบรรลุ สิ่งที่หวัง ตั้งใจหนา เลือกโรงเรียน บ้านเมืองนาท ญาตินำมา แจวเรือพา ศิษย์ข้ามฝั่ง อย่างตั้งใจ อยู่เมืองนาท ยี่สิบสองปี เปลี่ยนที่หมาย ฉันขอย้าย หาประสบการณ์ บ้านหลังใหม่ สับเปลี่ยนกับ ครูรุ่นพี่ ที่รู้ใจ ก็ได้ไป สมเหตุ ตามเจตนา สู่บ้านเหนือ ทัพรั้ง ผังใกล้ชิด ได้พบมิตร หมู่ใหม่ ใครอิจฉา ทั้งงาน-เงิน จำเริญ พัฒนา ฉันก้าวหน้า ทำผลงาน ผ่านสมใจ สามกุมภา ปีห้าสี่ ที่ปลื้มจิต ฉันมีวิทย- ฐานะ หน้าสดใส ชำนาญการ พิเศษ เขตสั่งไป ฉันกำชัย ด้วยกุศล มงคลพร เพราะได้ที่ ปรึกษาดี พี่เกริกหนา ครูจินตนา ท่วมกลาง นำทางสอน ช่วยแก้ไข สิ่งผิดพลาด หรือขาดตอน ประนมกร ก้มกราบ ซาบซึ้งคุณ ไม่เคยเรียก ร้องสิ่งใด ใจเป็นพระ มีมานะ มากน้ำใจ ได้เกื้อหนุน ถึงเหน็ดเหนื่อย จากงาน ท่านการุณย์ เผื่อแผ่บุญ ช่วยครูย้ำ ทำผลงาน ครูโคราช นับถือท่าน มานานนัก ต่างรู้จัก ครูผู้ให้ ใหญ่ประสาน ช่วยครูผู้ ยากไร้ ได้ผลงาน มีดวงมาลย์ สร้างกุศล ผลเป็นบุญ เมื่อขวัญดี งานเดิน ใจเกินร้อย นำศิษย์น้อย กวดวิชา น่าสนับสนุน สอนเสริมให้ ใจศรัทธา ปรารถนาบุญ ตอบแทนคุณ พระราชา ข้าแผ่นดิน แต่สิ่งที่ คิดฝัน พลันสะดุด เพราะมนุสฺ สเปโต โผล่พังสิ้น ลิ้นมุสา ว่าความใส่ ให้มลทิน เหยียบจมดิน สิ้นทางแก้ แพ้พาลภัย บังคับขู่ เคี่ยวเข็ญ เน้นลูกศิษย์ ให้มีจิต คิดล้างครู สู้ไม่ไหว ขาดพยาน ข้างกาย ทำลายไป คนจัญไร ทำได้หนอ กับพ่อพิมพ์ เรื่องแค่เล็บ เขาเหน็บใส่ ไล่ถึงนิ้ว เรื่องแค่ผิว เขาพลิกผัน เชือดฉันนิ่ม เรื่องบังเอิญ ขาดเจตนา ท้าเมฆินทร์ หากยลยิน นำข่าวแจ้ง แหล่งเทวา ถ้าฉันผิด แผลงฤทธิ์ฆ่า ให้อาสัญ ให้สวรรค์ ชี้ทางสู้ ผู้พิพากษา ฉันถูกไซร้ ให้พาลไพร่ ได้มรณา นรกพา จมดิ่ง วิ่งใช้กรรม บนเส้นทาง ที่วาดฝัน อันสดใส ลูก-หลานใหญ่ ได้ปริญญา พาอิ่มหนำ โชคชะตา หมูหมาแกล้ง แล้งใจดำ อยุติธรรม เศร้าสลด อนาคตงอ ฉันต่อสู้ คดี ถึงที่สุด ไม่เคยหยุด หาอุบาย แก้ไขหนอ ควักเงินจ่าย เท่าไร ก็ไม่พอ มีแต่ขอ เพิ่มขึ้น ยืนขาเดียว มีหน้าม้า บางคน ดิ้นรนช่วย กลับพาซวย กินฟรี มีคนเอี่ยว เงินสามแสน หายลิบ พริบตาเดียว หน้าซีดเซียว ลูกเมียอด หมดทุนรอน ทำความดี มาก็มาก นั่งครุ่นคิด ใยชีวิต ต้องอับจน คนหลอกหลอน ทั้งฝ่ายโจทก์ คนมีสี ที่ลิดรอน ให้ฉันนอน คิดหนัก พรรคพวกมาร ทนายความ ทำงานให้ ไม่เต็มที่ เอาแต่หนี ดีแต่ปาก ยากประสาน จ้างคนใหม่ ใช้เงินเพิ่ม เริ่มลนลาน เพราะงบบาน หมดกระเป๋า เรานอนซม อันจำเลย หาพยาน นั้นแสนยาก ฉันลำบาก เห็นเรายับ เขาทับถม แต่คนดี ที่ศรัทธา น่านิยม เห็นฉันล้ม เขาช่วยรับ ประคับประคอง อาสาเป็น พยานให้ ได้สามปาก เพื่อแก้ยาก ใหญ่เป็นเล็ก เด็กช่วยสอง ผู้ใหญ่หนึ่ง พึ่งพา มารับรอง เพราะฉันร้อง ความเป็นธรรม ย้ำโดนลวง อัยการ ยังยืนกราน ท่านใช้สิทธิ์ ล้างความผิด ไม่หมด โทษใหญ่หลวง ยื่นฟ้องศาล พยานแน่น แผนพุ่มพวง น้ำตาร่วง รินหยด รดปฐพี บนเส้นทาง เหยียบเหงา เศร้าดวงจิต ไม่มีมิตร มามอง ย่องเดินหนี ฉันนอนตรึก นึกความหลัง ครั้งทำดี ไม่เคยมี ใครจำ ทำลืมไป พอฉันล้ม เขาเหยียบซ้ำ ย้ำอย่าช่วย คนเฮงซวย เอ่ยปากปราม หยามเหยียดไหม คนบางคน ไม่รู้จัก สมัครใจ ช่วยแก้ไข ร้ายเป็นดี เขามีคุณ บ้างก็บอก มันทำผิด ให้ติดคุก อย่าไปปลุก ให้มันฟื้น คืนอบอุ่น มีแต่ซี ใหญ่ใหญ่ ไร้การุญ ปั่นหัวหมุน คนช่วยฉัน นั้นข้องใจ หรือพุทธ สุภาษิต ผิดสัจจะ หรือธรรมะ แพ้อธรรม คำคมใหม่ หรือสวรรค์ เล่นกล คนจัญไร ยิ้มชอบใจ ฆ่าครูให้ ตายทั้งเป็น ครูมีชอล์ก เป็นอาวุธ ฉุดลากศิษย์ ให้พ้นพิษ อวิชชา ฟ้าต้องเห็น พาลมีปาก เป็นกรรไกร พูดให้เอน เขาเคี่ยวเข็ญ ขู่ฆ่า ให้จาบัลย์ โจทก์สติ ปัญญาต่ำ ถลำลึก เขาไม่นึก ฆ่าครูบา ให้อาสัญ เชื่อตามญาติ ยุยง คงยืนยัน จึงถึงวัน ต้องกราบลา อาชีพครู
ประพันธ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔
ได้รองแดง ใจดี ชี้ทางออก กระซิบบอก ท่านเห็นใจ ให้ต่อสู้ รับบำนาญ ทางบ้านแย่ แก้อดสู มาเลี้ยงดู ลูกหลาน บานตะไท ยี่สิบเก้า พฤษภา ปีห้าสี่ ไม่รอรี ยื่นใบลา หน้าไม่ใส สิบหกมิถุนา มีผล คนราชไป ได้รับใช้ หลวงท่าน มานานปี ยี่สิบเจ็ดปี หกเดือน ที่เคลื่อนคล้อย งานใหญ่น้อย ฝากไว้ คู่ศักดิ์ศรี ทั้งอำเภอ ศูนย์-เขต ประเทศมี ทั้งดีกรี ครูดี ศรีแผ่นดิน ตั้งตารอ วันศาล พิพากษา อยู่อย่างกา ต่ำพงศ์ วงศ์หงส์สิ้น อนาถา ระอาท้อ ต่อชีวิน ไม่มีกิน ญาติเศร้า มิตรเราไกล เงินบำนาญ น้อยนิด ชีวิตแย่ ต้องเผื่อแผ่ สิบห้าคน ทนหวั่นไหว ชีวิตดิ่ง ตกต่ำ ช้ำอาลัย สะเทือนใจ ทอดถอน นอนเดียวดาย เมื่อเงินมี มิตรมา กาเป็นหงส์ พอบุญลง หงส์เป็นกา น่าใจหาย ไม่มีมิตร มามอง สองข้างกาย ฝันสลาย หดหู่ สู้คนเดียว ไม่มีญาติ ผู้ใหญ่ ใส่ใจช่วย คอยอำนวย วาสนาฉัน นั้นแห้งเหี่ยว เคยทำงาน ถวายหัว ตัวเป็นเกลียว เขาไม่เหลียว แลหลัง นั่งมืดมน มีทนาย หมายแต่แนะ แปะชื่อฝาก แสนลำบาก มากปัญหา พาสับสน มีคนมา ช่วยหนอ ก็เหลือทน พาฉันจน ช่วยอะไร ไม่ได้เลย สี่ชีวิต ลูกหลานฉัน พลันผันเปลี่ยน ในวัยเรียน หงอยจิต มิตรเมินเฉย ค่าขนม นมเนย ไม่เหมือนเคย สุดจะเอ่ย สิ้นสุข ทุกข์อย่างเดียว สังคมเขา นินทาฉัน นั้นไม่ผิด มันเป็นสิทธิ์ ส่วนตัวหนา หาข้องเกี่ยว เพราะทุกข์เกิด จากสมุทัย ไขปมเกลียว ฉันผู้เดียว เท่านั้น รู้ทันความ ปากต่อปาก ใจคน ผลมะเดื่อ เขาคงเชื่อ กล่าวขาน พานเหยียดหยาม เพราะได้เชื้อ ก่อไฟ คนใจทราม เป่าลุกลาม หมดทางโต้ โล้ตามลม วันเลี้ยงส่ง อำลา แสนอาลัย ฉันร้องไห้ น้ำตานอง ต้องขื่นขม เพียงสิบกว่า ชีวิต รอบโต๊ะกลม ไม่เหมาะสม กับซี ที่ได้มา หมดโอกาส ลาเพื่อน แลพวกพ้อง ฉันจึงต้อง ชี้แจง แต่งภาษา กลั่นจากใจ เขียนคำกลอน ขอกราบลา ทางข้างหน้า หัว-ก้อย คอยติดตาม ขอโทษที่ ทำให้ ใครผิดหวัง เคยสอนสั่ง ลูกนี้ คนที่สาม ขอโทษครู แม่พระ มานะงาม อาจารย์สาม ได้เหนาะเหนาะ เพราะครูจินต์ เงินตกเบิก ไม่ทันใช้ ภัยมาแกล้ง เงินทุกแห่ง ในธนาคาร พลันสูญสิ้น พาลนำภัย ไร้ปัญญา หาทำกิน เขาใช้ลิ้น รอเงินล้าน หาญใส่ความ ศาลตัดสิน อย่างไร น้อมใจรับ น้อมคำนับ ปรมาภิไธย ในสยาม มโนธรรม ข้างใน ใจคู่ความ จะงอกงาม ทางร้าย-ดี นี้เฝ้ารอ ถ้าศาลโลก ตัดสินให้ ใจขุ่นข้อง จะไปฟ้อง ยมราช อาฆาตหนอ คุณความดี ที่ทำไว้ ถ้าไม่พอ ก็จะขอ รับกรรม เชิญทำทัณฑ์ กราบลาแล้ว อาชีพครู ผู้สูงเกียรติ สู่ความเหยียด หยามชัง ประดังลั่น ถ้าไม่ผิด กลับคืนครู สู่สถาบัน เพื่อสร้างสรรค์ เยาวชนไทย ก้าวไกลเอย
ประพันธ์เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โชคดี..มั่งมีทุกคน ฉันจน..ต้องทำใจ
ชูชีพ พ่วงรอด
ขามสะแกแสง นครราชสีมา