ธรรมะทวิสเตอร์

ปฏิทินธรรมะ

กุมภาพันธ์ 2012
SuMoTuWeThFrSa
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 

ติดต่อเราได้ที่

หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ

สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒ 
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร  
กรุงเทพฯ  ๑๐๙๐๐

แผนที่และการเดินทาง:  

ข้อมูลการเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน

ข้อมูลการเดินทางโดยรถสาธารณะ

โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐

โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐

อีเมล์: info@bia.or.th

เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com 

full calendar

เข้าสู่ระบบ



สถิติการเข้าชม

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1425281
เรามี 45 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กัลยาณมิตร

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Designed by:
ทำเหตุให้มาก ปล่อยวางในผล PDF พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
รวมบทความ - พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี
เขียนโดย ว.วชิรเมธี   
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2009 เวลา 14:32

ปุจฉา
ทำเหตุให้มาก ปล่อยวางในผล

ดิฉันเป็นทุกข์มาก เหนื่อยกับการเป็นคน Perfectionist ของตัวเอง
ทำทุกอย่างต้อง
 Perfect จะทำอย่างไรดีคะ

ขอขอบพระคุณพระคุณเจ้ามากค่ะ

วิสัชนา
ก่อนอื่นเราคงต้องมาสำรวจกันดูก่อนว่า รูปแบบในการทำงานของคนทั่วไปนั้นเป็นอย่างไร
การทำงานของคนเรานั้น เมื่อกล่าวอย่างรวบรัดแล้วก็สามารถแบ่งได้เป็น ๓ รูปแบบด้วยกัน

(๑)  ทำงานด้วยความจำใจ
(๒)  ทำงานด้วยความจำเป็น
(๓)  ทำงานด้วยความจำหลัก

ประเภทที่ ๑ ทำงานด้วยความจำใจ หมายถึง คนที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อแม่มีธุรกิจหลักของครอบครัวอยู่แล้ว
ไม่ว่าลูกจะชอบหรือไม่ชอบ รักหรือไม่รัก แต่เมื่อถึงเวลาทำงานก็ต้องรับภาระหน้าที่ในการสืบทอดธุรกิจของครอบครัวต่อไป
การทำงานในลักษณะนี้ สำหรับบางคนในช่วงแรกอาจเป็นความทุกข์ ความอึดอัดขัดข้อง เกิดความรู้สึกเหมือนได้แต่งงานกับคนที่ตนไม่รัก
แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้
  แต่เมื่อทำไปจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้ว ในที่สุดก็จะสามารถยอมรับสภาพของตนเองได้
ส่วนคนที่ยอมรับสภาพไม่ได้ ยิ่งทำงาน คุณภาพชีวิตยิ่งลดลง งานได้ผล แต่คนอาจไม่มีความสุข

ประเภทที่ ๒ ทำงานด้วยความจำเป็น หมายถึง คนที่ได้ทำงานที่ตนไม่รัก ไม่ชอบ ไม่ถนัด ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ
บางทีค่าตอบแทนก็แสนจะน้อย ความเครียด ความขัดแย้งในที่ทำงานก็สูง แต่เพราะมองไปทางไหนก็ไม่มีทางไปที่ดีกว่า
ก็เลยต้องจำใจก้มหน้าทำงานนั้นๆ ไป ยิ่งทำงาน คุณภาพชีวิตยิ่งหดหาย รายได้ต่ำ ความเครียดสูงการทำงานในลักษณะที่สองนี้
คือ สภาพของคนทำงานส่วนใหญ่ในโลกนี้ ซึ่งโดยมาก ได้งานทำเพราะสภาพเศรษฐกิจและสังคมบีบบังคับให้ต้องเลือกทำอะไรสักอย่างหนึ่ง
เพราะหากไม่ยอมทำงาน ก็หมายความว่า ตัวเองและครอบครัวจะต้องเดือดร้อน กินไม่อิ่ม นอนไม่อุ่น

ประเภทที่ ๓ ทำงานด้วยความจำหลัก หมายถึง คนที่ได้ทำงานในสิ่งที่ตนรัก หรือได้ทำงานที่สอดคล้องกับความใฝ่ฝัน ความถนัดของตนเอง
เช่น อยากเป็นหมอ ก็ได้เป็นสมใจอยาก อยากเป็นนักธุรกิจ อยากเป็นนักการเมือง อยากเป็นนักหนังสือพิมพ์ อยากเป็นดารา ฯลฯ
 
ล้วนแล้วแต่ได้ทำงานตามที่ตนต้องการสมใจอยาก

การทำงานในลักษณะที่สามนี้ สิ่งที่จะได้รับอย่างเห็นได้ชัดก็คือ
๑)     งานก็ได้ผล
๒)     คนก็เป็นสุข

แต่ในโลกนี้ มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่ได้ทำงานตรงกับที่ตนปรารถนา ใครได้ทำงานตามที่ตัวเองใฝ่ฝัน คนๆ นั้น ก็เหมือนกับได้แต่งงานกับคนที่ตนรัก
ยิ่งทำงาน ยิ่งมีความสุข ยิ่งทำงาน ยิ่งค้นพบความเป็นเลิศ ยิ่งทำงาน ยิ่งสามารถสร้างสรรค์
 “ของชิ้นเอก” ฝากไว้ให้โลกจดจำรำลึกถึง เหมือนดาวินชี
บรรจงรังสรรค์ภาพโมนาลิซ่าอันลือชื่อ เหมือนบีโธเฟ่น สามารถรังสรรค์ดุริยกวีเอาไว้ขับกล่อมชาวโลก เหมือนเช็คสเปียร์นฤมิตวรรณกรรม
อมตะมากมายไว้ประโลมใจชาวโลกให้รื่นรมย์

ปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า
เมื่อความรักในงานมาพร้อมกับความสามารถ  แน่นอนว่า  ต้องได้งานชิ้นเอก
อุปนิสัยการทำงานในแบบ Perfectionist (สมบูรณ์แบบนิยม) ในลักษณะ “เก็บทุกเม็ด” ราวกับมีบรรพบุรุษเป็น 
คุณย่าละเมียด คุณแม่ละไม คุณนายละเอียด” นั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย


ข้อดีก็คือ จะทำให้เป็นคนทำงานคุณภาพชนิด “จำหลักไว้ในใจชน” (เข้าหลักเกณฑ์ที่ ๓)
ไม่ว่าจะจับทำอะไรก็ตามก็จะทำให้ได้งานคุณภาพทั้งหมด และคนประเภทนี้ หลังจากสร้างงานแล้ว งานจะย้อนกลับมาสร้างคน
เหมือนผู้กำกับหนังชื่อก้องโลกอย่างจางอี้โหมว หรือสตีเว่น สปีลเบิร์ก พลันที่ปล่อยงานชิ้นหนึ่งหลุดมือออกไปสู่สาธารณชนแล้ว
งานก็ได้สร้างชื่อเสียงให้เขามากมาย และทำให้เขาไม่เคยตกงานอีกเลยตลอดชีวิต

ข้อเสียก็คือ จะทำให้เป็นคนที่แบกความเครียดสูง สุขภาพจิตเสื่อม สุขภาพกายอ่อนแอ ไม่มีเวลาให้กับตัวเอง ครอบครัว
หรือสิ่งสุนทรีย์ในชีวิตเช่น การท่องเที่ยว การเดินทาง การชื่นชมธรรมชาติ การดูหนังฟังเพลง การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การคบเพื่อน
  
หรือที่หนักหน่อยก็กลายเป็นคนที่ป่วยหนักหนาสาหัสเพราะการทำงาน

ทางแก้สำหรับคนสมบูรณ์แบบนิยมก็คือ ควรถือหลักของนักปฏิบัติธรรมที่ว่า ทำเหตุให้มาก ปล่อยวางในผล” 
หมายความว่า เวลาทำงาน จงทำให้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด แต่เมื่อทำแล้ว ต้องปล่อยวางเป็น  ไม่ต้องคาดหวังสูงสุดจนนำเอางานเข้ามารวมกับลมหายใจ
หรือเก็บไปฝัน
  จนไม่เป็นอันกินอันนอน เมื่อทำงานในส่วนของตนอย่างดีที่สุดแล้ว ครั้นส่งงานให้คนอื่น หรือแผนกอื่นแล้ว
หากงานนั้นไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ก็ควรเรียนรู้ที่จะยอมรับด้วยความเข้าใจว่า ในโลกนี้ ไม่มีใครได้ทุกอย่างดังใจหวังและไม่มีใครพลาดหวังทุกอย่างไป
  
ถ้าเราทำในส่วนของเราอย่างดีที่สุดแล้ว แม้ผลออกมาจะไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ก็ไม่ควรเสียใจ

ประการสำคัญที่สุด คนที่เป็นนักสมบูรณ์แบบนิยมจะต้องถือหลักการทำงานแบบทางสายกลางที่ว่า “คนสำราญ  งานสำเร็จ” คือ ทุกครั้งที่ทำงาน
ให้ถือหลักคนทำงานต้องมีความสุข มีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดี และมีผลงานที่มีความเป็นเลิศ
  ถ้าทำงานแล้วเกิดสภาพคนสำราญ
งานสำเร็จเมื่อไหร่ ก็แสดงว่า ประสบความสำเร็จแล้วทั้งในโลกของการทำงานและการดำเนินชีวิต
  

 

 ที่มา : http://www.vimuttayalaya.net/DharmaDaily.aspx?id=110&page=1

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
E-Mail:
ชื่อเรื่อง:
ความคิดเห็น:
LAST_UPDATED2
 

รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต

You need Flash player 6+ and JavaScript enabled to view this video.

ธรรมะ Online

ป้ายโฆษณา

กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

•	จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน

กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
 และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์