ธรรมะทวิสเตอร์

ปฏิทินธรรมะ

กุมภาพันธ์ 2012
SuMoTuWeThFrSa
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 

ติดต่อเราได้ที่

หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ

สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒ 
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร  
กรุงเทพฯ  ๑๐๙๐๐

แผนที่และการเดินทาง:  

ข้อมูลการเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน

ข้อมูลการเดินทางโดยรถสาธารณะ

โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐

โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐

อีเมล์: info@bia.or.th

เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com 

full calendar

เข้าสู่ระบบ



สถิติการเข้าชม

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1425225
เรามี 46 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กัลยาณมิตร

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Designed by:
ต้องทำลายความเห็นแก่ตัวก่อน PDF พิมพ์
User Rating: / 1
แย่ดีที่สุด 
รวมบทความ - พุทธทาส อินทปัญโญ
เขียนโดย พุทธทาส   
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2009 เวลา 10:30
เป็นอันว่า หลักในทางพระศาสนาหรือ ทางศีลธรรมก็ตาม ล้วนแต่ ต้องการให้ทำลายความเห็นแก่ตัวเป็นข้อแรก ดังนั้นพระพุทธศาสนาเรา จึงยกเอา สักกายทิฎฐิ คือ ความเห็นแก่ตัว เห็นว่า กายนี้ของตัว นี้มาเป็นข้อแรกหรือเป็นสิ่งแรกที่จะต้องพยายามละเสีย เราผู้ต้องการจะปฏิบัติ ในหลักพระพุทธศาสนา ต้องทำอย่างนี้ และทำเรื่อยๆไป จนหมดความเห็นแก่ตัว โดยสิ้นเชิง ในการ ละสัญโญชน์ และอนุสัย ให้หมดสิ้น 

หมดความเห็นแก่ตัวไม่มีตัวเหลืออยู่จริงๆ เมื่อนั้นแหละจะกลายเป็นคนที่ไม่มีความทุกข์ อีกต่อไป คือ กลายเป็นคนที่ไม่ตาย ไม่มีตัวตน ที่จะต้องตาย ไม่มีความทุกข์ เพราะไม่มีความหวังอะไร ไม่มีความอยากเหลืออยู่ ให้เห็ด หัวเราะ เยาะ อีกต่อไป  หมายความว่า ไม่มีความหวัง หรือความอยากอะไร เหลืออยู่ แม้ แต่น้อย นั่นเอง ไม่ได้อยากอยู่ ไม่ได้อยากตาย และ ไม่ได้อยาก อะไรทั้งหมด เพราะว่า ไม่มีตัวกู ที่จะอยาก นี่แหละ คือความไม่ตาย 
 
นี่แหละคือ ความที่เป็นทุกข์ไม่ได้ ไม่ว่าอะไรๆ มันจะเป็นไปอย่างไร จิตใจ ชนิดนี้ มันมีความทุกข์ไม่ได้ ในตัวของตัวเอง ก็ไม่มีอาการที่เป็นบ้า หมายความว่า หายโรคบ้า หายโรคเป็นบ้านี้โดยสิ้นเชิง ไม่มีตัวตน ที่จะเหลืออยู่สำหรับรับรองโรคนี้ โรคนี้ไม่มีที่ตั้ง ไม่มีที่อาศัย ก็เกิดขึ้นไม่ได้ หมายความว่า จิตใจชนิดนี้ ไม่เป็นที่ตั้ง ไม่มีที่อาศัย ของความ ยึดมั่น ถือมั่น ซึ่งเป็นโรคบ้า โรคบ้า จึงเกิดขึ้นในจิตใจ ชนิดนี้ไม่ได้นี่แหละ คือ หนทางทางเดียว เท่านั้น ที่จะทำให้ทุกข์ กับเขาไม่เป็น เป็นทุกข์ กับเขาไม่เป็น เพราะว่า เป็นบ้ากับเขาไม่เป็น เมื่อเป็นบ้า กับเขาไม่เป็นแล้ว ก็เป็นทุกข์ กับเขาไม่เป็น แม้ว่าโลกนี้ จะเต็มไปด้วย คนบ้า หรือจะเต็มไปด้วยความทุกข์ อย่างไร จิตใจนี้ เป็นบ้าไม่ได้ เป็นทุกข์ไม่ได้ เป็นทางออก ทาง เดียวเท่านั้น ไม่มีทางอื่น ที่คนเรา จะเป็นทุกข์ไม่ได้ เป็นบ้าไม่ได้ คือ พยายามศึกษาปฏิบัติ จนได้รับผล ของการปฏิบัติ เป็นธรรมะที่ทำลาย ความยึดมั่น ถือมั่น เสียได้ นี้เรียกว่า ธรรมะกำมือเดียว หมายความว่า ไม่มีเรื่องอื่น อีกแล้ว มีแต่เรื่องเดียวแล้วเรื่องเดียวนี้ ก็ไม่มากมายอะไร เป็นเรื่องสั้นๆ ลัดๆ คือ ทำลายความ ยึดมั่น ถือมั่นว่า "ตัวกู-ว่าของกู" เท่านั้นเอง  แต่คนที่ได้รับคำสั่งสอ ในข้อนี้ได้รับมาก อย่างที่เป็นเมฆ หรือเป็นหมอก เป็นฝ้า บังความจริง จึงมาเห็นเป็นเรื่องมากมาย ใหญ่โต มันกลับกลายเป็นว่า จะต้องเรียนให้หมด ทั้ง ๘๔,๐๐๐ ธรรมขันธ์บ้าง จะต้องเรียนให้รู้ว่า กี่เรื่อง กี่สิบเรื่อง กี่ร้อยเรื่อง กี่พันเรื่อง จนกระทั่ง เวียนหัวไปหมด ไม่หมุนมาสู่เรื่องที่จะ ทำลายความเห็นแก่ตัว หรือ ทำลายความรู้สึก ว่าตัวกู ว่า ของกู แต่ประการใด 

เพราะเหตุนี้เอง จึงได้ขอร้องแล้ว ขอร้องอีก ว่า จงเป็นอยู่ในลักษณะ ที่จะกำจัด ความเห็นแก่ตัว หรือ ความที่มีตัวเราประกอบการงานไปตามปกติ ที่มนุษย์เราจะต้องทำ และในขณะที่ประกอบการงานนั้น จะเป็นโอกาสให้กิเลสเกิดขึ้น สำหรับเห็นแก่ตัว แล้วเราก็มีโอกาสจัดการกับกิเลสข้อนี้ คือล่อให้มันออกมา ด้วยสติสัมปชัญญะ แล้วก็ฆ่ามันเสีย ทำประหนึ่งว่า กิเลสนี้เหมือนกับเหยื่อ ที่เราจะจับมา ฆ่าเสียให้ตาย เรามีอาการเหมือนกับเสื ที่ซุ่มอยู่ในที่ที่เหมาะสม สำหรับที่จะจับเหยื่อ ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่านั้น 

พระพุทธเจ้าท่านเปรียบภิกษุ ว่าเหมือนกับเสือ แล้วก็ซุ่มอยู่ในป่า คือ สติ หรือ สติปัฎฐานทั้ง ๔ นี้เรียกว่าสตินี้ เปรียบเหมือนป่า เสือจะต้องอาศัยอยู่ในป่า ซุ่มอยู่ในป่า ซ่อนอยู่ในป่าให้เหมาะๆ จึงจะจับเหยื่อ คือกิเลสได้ ขาดสติเมื่อใด ก็ไม่มีป่า เสือออกมา เห็นโทนโท่แล้วเสือนั่นแหละ ถูกยิง ถูกฆ่าเสีย ตายเอง แต่ถ้าเสือมีป่าที่ดี คือมีสติที่ดี เสือก็จะเป็นฝ่ายที่ซุ่มอยู่ แล้วก็จับกิเลสซึ่งเป็นเหยื่อนั้นได้โดยง่ายดาย 

คนบ้าไม่มีสติ คนบ้าเป็นคนที่ไม่มีสติ เมื่อทำตนเป็นคนบ้าเสียแล้ว มันก็ ไม่มีสติ จึงมีอาการ เหมือนกับ เสือที่ไม่มีป่าจะอยู่ เหมือนกับเสือที่ไม่มีป่า จะซุ่มจะซ่อน มันก็หมดความเป็นเสือ หรือไม่สามารถ จะทำหน้าที่ของเสือ ภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ก็เรียกว่าผู้ปฏิบัติ เหมือนๆ กัน คืออยู่ในลักษณะ ที่จะต้องเป็นเสือด้วยกัน ในเมื่อมีเหยื่อ คือ กิเลส ที่จะต้องฆ่า จะต้องทำลายด้วยแล้ว ก็จะต้องใช้วิธี เหมือนๆกัน คือ เป็นอยู่ด้วยสติ จริงๆ 

เดี๋ยวนี้ ชอบเป็นคนบ้า เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้มากลายเป็น คนบ้า ไปเสีย ทั้งวัน ทั้งคืน อย่างนี้ ก็คือไม่มีสติ จึงเป็นเหมือนกับเสือที่ไม่มีป่า ที่จะซุ่มสำหรับจับเหยื่อ คือกิเลส แล้วจะไป โทษใคร? สิ่งที่เป็นกิเลส คือ ตัวกู-ของกู นั้น มันก็แพร่หลายมาก มันก็ ออกลูก ออกหลานมากมาย จนยากที่จะ ปราบมันได้ หรือกำจัดมันได้ 
 
ชุม-ล้อ-๑ ๔๒.ก/๓๐๐-๓๐๓
 
คัดจาก หนังสือ ธรรมานุกรมธรรมโฆษณ์ ฉบับประมวลธรรม เล่ม ๒

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
E-Mail:
ชื่อเรื่อง:
ความคิดเห็น:
LAST_UPDATED2
 

รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต

You need Flash player 6+ and JavaScript enabled to view this video.

ธรรมะ Online

ป้ายโฆษณา

กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

•	จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน

กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
 และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์