ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
ติดต่อเราได้ที่
หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่และการเดินทาง:
โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐
โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐
อีเมล์: info@bia.or.th
เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1425120กัลยาณมิตร
| Designed by: |
| จากวาเลนไทน์ สู่วาเรนท์ธรรม (จบ) |
|
|
| รวมบทความ - พระพรหมคุณาภรณ์ |
| เขียนโดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) |
| วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2009 เวลา 13:30 |
|
เท่าที่พูดมานี้ ก็อยากจะเน้นจุดสำคัญๆ ไว้บ้าง อย่างที่กล่าวแล้วว่า เรื่องวันวาเลนไทน์นี้ ไม่ได้เป็นวันสำคัญของประเทศอเมริกา ทั้งในแง่ของบ้านเมือง แล้วก็ไม่ได้เป็นวันสำคัญทางศาสนา เจ้าของเรื่องคือ ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิค ก็อย่างที่บอกแล้วว่า เขาได้ถอดหรือปลดวันวาเลนไทน์นี้ออกไปจากปฏิทินของนิกายโรมันคาทอลิคแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๒ แต่ว่าถูกปลดถูกถอดจากเมืองฝรั่ง วันวาเลนไทน์ก็มาขึ้นแท่นโด่งดังอยู่ในประเทศไทยนี้ก็เลยได้พูดให้เห็นว่า วันสำคัญในอเมริกานี้ มีวันอะไรบ้าง พูดประกอบนิดหน่อยว่า วันสำคัญของอเมริกาก็เป็นวันระดับชาติถึงสิบวันน่ะ แล้วก็มีวันสำคัญของรัฐอีก
การรู้จักวันสำคัญของฝรั่งนี้ ก็ในแง่หนึ่งอย่างน้อย ก็ถ้าเรารู้จักมอง เราก็จะเห็นภูมิหลังของประเทศของสังคมของเขาในระดับหนึ่ง แล้วก็พร้อมกันนั้น ก็จะทำให้รู้เข้าใจลักษณะนิสัย สภาพความคิดจิตใจของประชาชนในสังคมอเมริกันไปด้วย
ทีนี้ในเมื่อเมืองฝรั่งนี้ เขาไม่ได้ถือวันวาเลนไทน์เป็นวันสำคัญ ทางรัฐต่างๆ ที่มีวันสำคัญทั้งของชาติ แล้วก็มีวันสำคัญของรัฐของตัวเองนี้ เขาก็ได้พูดถึงกัน ถึงการที่ได้พยายามให้ความสำคัญถึงวันพ่อ วันแม่ เป็นต้น
คือ วันวาเลนไทน์ ถูกถอดออกไปแต่กลายเป็นว่าวันพ่อวันแม่ นี่เขากลับต้องการให้ความสำคัญ ในแง่นี้เรามองในแง่วัฒนธรรมนี้ก็จะเห็นว่า ฝรั่งเขาก็พยายามทำอะไรให้ประณีตขึ้น พัฒนาให้เป็นสิ่งสร้างสรรค์แก่ชีวิตและสังคม
แล้วก็นอกจากให้วันสำคัญของวันพ่อวันแม่ แม้แต่วันวาเลนไทน์ที่เป็น Popular Festival เป็นเทศกาลของชาวบ้านนี้ เขาก็ได้มีการพัฒนาที่ไม่ให้มีการหยุดอยู่แค่ความรักระหว่างหนุ่มสาว
คือก็มีการขยายขอบเขตออกไป เช่น อย่างที่ได้เล่าแล้วว่า วันนั้นเด็กก็จะให้ของขวัญกับพ่อแม่บ้าง ให้กับคุณครูบ้าง แต่ว่าโดยทั่วไปแล้วเท่าที่อาตมภาพก็เคยได้ไปอเมริกามาบ้าง ไปพักอยู่บ้างเป็นบางระยะ นึกไม่ออก ไม่ได้สังเกตเห็นวันวาเลนไทน์ แล้วก็พวกนักเรียนนักศึกษา ก็นึกไม่ออกว่าเขาพูดถึงด้วยซ้ำ ก็คงจะมีเป็นเพียงว่าผ่านๆ หู
แต่กลับมาได้ยินโด่งดังในที่เมืองไทย ก็เลยถามท่านผู้ที่อยู่เมืองอเมริกามานาน เป็นสิบๆ ปี บอกว่า ที่โน่นเขาจัดงานวันวาเลนไทน์กันอย่างไร ? เขาแสดงออกอย่างไรกันบ้าง ? นี่ก็ถามไปใหม่ๆ
เขาก็ตอบว่า ที่เมืองฝรั่งที่เมืองอเมริกานี้ เมื่อถึงวันวาเลนไทน์ พบกันเขาก็เพียงทักทายว่า Happy Valentine ก็ให้ความรู้สึกที่ดี มีความเป็นมิตรหน่อยหนึ่ง ก็เท่านั้น
นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของคู่สามีภรรยา ภรรยาก็อาจจะหวังว่าถึงวันวาเลนไทน์ สามีก็อาจจะเอาช่อดอกไม้มามอบให้ หรือว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญบ้าง หรือจะพาไปรับประทานอาหารอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่มีอะไรมากมาย
ต่างกันมากเหลือเกินกับที่เมืองไทย หรือแม้แต่ว่าย้อนไปในอดีต อย่างที่เล่ามาแล้ว ในสังคมอย่างอังกฤษก็เป็นวันที่เขาเสี่ยงทายเรื่องเลือกคู่ อะไรต่างๆ เหล่านี้ซึ่งก็เป็นวัฒนธรรมส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคน
ถ้าทำในขอบเขตนี้ ก็ทำให้เกิดชื่นบานสนุกสนานร่าเริงกันได้ส่วนหนึ่ง แต่มาเมืองไทยเรานี้ดูจะเกินไปไหม ?
ได้ยินจากหนังสือพิมพ์ ถ้าเป็นความจริงนี่ ก็มีถึงกับว่า ผู้หญิงบางคนจะอุทิศตัวให้กับผู้ชาย เพื่อเป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ ถ้าถึงขนาดนี้ ก็เรียกว่า เมืองไทยนี่ต้องพูดว่า เลยเถิดไปไกลมากแล้ว ควรจะมีสติยับยั้งกัน
แล้วทีนี้เรื่องวันวาเลนไทน์ ก็เป็นเรื่องที่เรารับเอามาจากเมืองฝรั่ง เราก็ต้องดูว่าฝรั่งเขาทำกันแค่ไหน เขาก็มีวัฒนธรรมอารยธรรมในระดับหนึ่ง เมื่อเรารับมาแล้วก็อย่าให้เสื่อมทรุดลงอย่างที่ฝรั่งเขาทำ ถ้าสามารถก็พัฒนาให้มันดีขึ้น มันก็จะเป็นทางของการเจริญงอกงามได้
อย่างที่ว่าเมืองฝรั่งเขามีวันพ่อ วันแม่ เขาให้ความสำคัญ ซึ่งเมืองไทยเราก็มี แต่ว่าเมื่อเป็นเรื่องของความรักนี่ ความรักวันวาเลนไทน์นี่เน้นในเรื่องของหนุ่มสาว แล้วก็มาสู่เรื่องของสามีภรรยา
เราก็อาจจะขยายขอบเขตความรักออกมาเป็นความรักระหว่างลูกกับพ่อแม่ หรือกับผู้ใหญ่อะไรอย่างนี้ ก็หมายความว่า มีความหมายไปในทางคุณธรรมมากขึ้น แล้วก็สมกับเป็นวัฒนธรรม
และนอกจากนี้ในแง่ของการรับอะไรต่างๆ จากต่างประเทศ อย่างที่พูดไปแล้วว่า คนไทยเรานี่ควรจะมีจิตสำนึกในการที่จะสร้างสรรค์สังคมของตัวเอง ก็ฝรั่ง ญี่ปุ่นทำอะไรขึ้นมา ไทยเราต้องศึกษาให้รู้ทัน เอามาเพิ่มทุนของตัวเอง เพื่อเป็นฐานให้เราสามารถสร้างความเจริญได้ดียิ่งขึ้นไป
อันนี้จึงจะนับว่าเรามีปัญญาและมีความฉลาด ไม่ใช่ตื่นหลงใหลไปตามที่เขาทำ เขาทำแล้วก็หลงใหลเพลิดเพลินไปอย่างที่กล่าวแล้วว่า มันก็หมดความเป็นไทย คือไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง หมดอิสรภาพก็ตาม ก็เกิดความเป็นทาสเขา ก็ยั่วยุอย่างไรก็ไปอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นควรที่จะใช้หลักการนี้ ที่ว่าเราต้องรู้ทัน ต้องศึกษา ต้องใช้ปัญญา แล้วเราก็จะได้ทุนเพิ่มขึ้น
ส่วนเรื่องที่ยิ่งสำคัญ ที่มาเกี่ยวกับมาฆบูชาก็ในแง่ที่ว่า วันวาเลนไทน์นี่ ก็ชัดแล้วโดยหลักฐานความเป็นมาข้อเท็จจริงว่า เป็นวันแห่งความรักแบบ Romantic หรือ Romantic Love
ส่วนวันมาฆบูชาก็เช่นเดียวกัน คือ หลักฐานความเป็นมาก็ชัดเจนว่า เป็นวันแห่งความเมตตา ซึ่งแปลว่า ความรักสากล หรือ Universal Love ก็จึงได้มาถึงข้อสรุปที่ว่า วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่ง Romantic Love แล้วก็วันมาฆบูชาเป็นวันแห่ง Universal Love
นี่ถ้าจะต้องการใช้ภาษาอังกฤษนี่ก็ใช้ได้ ตอนนี้เราก็สามารถเชื่อมทั้งสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน ถ้าเรายังต้องการจะฉลอง หรือว่าจะบันเทิงสนุกสนานกันในวันวาเลนไทน์ เราก็อย่าเอาแค่ความรักที่สนองความเห็นแก่ตัว ก็ต้องมองคำนึงถึงผู้อื่นให้ขยายความรักนี่ไป
เราต้องรักสังคมของเราด้วย ถ้าเรารักสังคมของเรา รักเพื่อนร่วมชาติ รักประเทศชาติ เราก็ต้องคิดถึงผลดีผลเสียต่อประเทศของเรา แล้วก็คิดว่า ทำอย่างไรที่จะให้ประเทศชาติ สังคม ของเรานี่เจริญงอกงามยิ่งขึ้น ?
ถ้าอย่างนี้ ความรักนั้นก็จะมีความหมาย ไม่ใช่เป็นของที่ต่ำทรามลงไป แต่กลายเป็นความรักที่ประณีตงดงามยิ่งขึ้น แม้ว่าเราจะมีความรักแบบหนุ่มสาว เราก็คำนึงถึงความดีงามของสังคม ไม่ให้เสื่อมเสียแก่สังคม ไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
เรารักสังคมของเราด้วย เราก็พยายามที่จะทำให้สังคมของเรานี้ดีงามยิ่งขึ้นไป แล้วก็ขยายความดีงามนี้ไป ถ้าเราทำดี พัฒนาทางด้านจิตใจ ทางด้านปัญญา ทำอะไรต่างๆ ด้วยการที่มีเจตจำนงค์เป้าหมายที่ดีงามแล้วน่ะ ก็จะเกิดผลในการสร้างสรรค์แก่สังคมและโลก ทุกอย่างก็จะดีขึ้น สมกับที่เราว่าเป็นวัฒนธรรม
วันนี้อาตมภาพก็ได้พูดมาถึงวันมาฆบูชา ก็ขอให้จับจุดจับประเด็นอันหนึ่ง ก็คือการที่ว่า วันวาเลนไทน์นั้น ก็เป็นวันแห่ง Romantic Love แล้วก็วันมาฆบูชานั้นก็เป็นวันแห่ง Universal Love คือเป็นวันแห่งความรักที่เป็นสากลแท้จริง
เพราะฉะนั้นจะเอาอะไรเป็นเครื่องตัดสินความเป็นสากล โยมก็เอาไปพิจารณาเอง ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ตามหลักธรรมแล้ว ก็เมตตานั้นแน่นอนเป็นคุณธรรมที่ดีงาม
ด้วย Romantic Love น่ะ ไม่พอที่จะสร้างสรรค์โลกนี้ให้มีสันติสุข แต่ถ้าเป็น Universal Love เป็นเมตตาแล้ว มนุษย์มีความรักความปรารถนาดีให้แก่กัน หวังทำประโยชน์สุขให้แก่กัน อย่างพระอรหันต์ท่านเป็นผู้นำได้ทำตัวอย่างไว้นี่ โลกก็จะมีสันติสุขแน่นอน
เพราะฉะนั้น คนไทยเราจะไปรักวาเลนไทน์หรือไม่ ? เราก็ไม่ต้องเป็นห่วงมาก เพราะว่าถ้าไปอยู่กับวาเลนไทน์เพียงอย่างเดียว ก็ไปไม่รอดหรอก
ไปไม่รอดอย่างไร ไปไม่รอดในแง่ที่หนึ่ง ก็คือว่า ถ้าสังคมหลงใหลไปแบบวาเลนไทน์อย่างนี้ หนักๆ เข้าก็คือ จะเป็นสังคมที่พินาศวอดวายเอง ไปไม่รอด
ต่อไป ไปไม่รอดอย่างที่สอง ก็คือว่า พอหลงใหลไปมากๆ แล้วเมื่อได้สติขึ้นมา เขาก็ต้องการสิ่งที่จะมาทำให้มันดีขึ้น มาแก้ไขปัญหา เขาก็ต้องมาหาธรรมะเอง
เพราะฉะนั้น วาเลนไทน์ก็ต้องมาเป็นวาเรนท์ธรรมอยู่ดี ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะในที่สุดอะไรๆ ก็ไม่มีทางพ้นธรรมะไปได้ ก็มีธรรมะสองอย่างก็คือ ธรรมะ ความจริงของธรรมชาติ เมื่อคุณทำเหตุปัจจัยไม่ดี คุณทำเหตุแห่งความเสื่อม คุณก็เสื่อมไป อันนี้ก็ธรรมะเหมือนกัน
แล้วธรรมะอีกแง่หนึ่งก็คือ สิ่งที่ดีงาม ที่ทำแล้วมาเกิดประโยชน์สุขแก่ชีวิตแก่สังคมมนุษย์ ก็เป็นธรรมะในแบบที่สอง แล้วเราก็ทำให้ธรรมะสองอย่างนี้มาประสานกัน โดยหวังให้เกิดธรรมะในความหมายว่า
สิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์แก่ชีวิตและสังคมมนุษย์ ด้วยการทำเหตุปัจจัยที่ดีตามธรรมะในความหมายที่หนึ่ง แล้วธรรมะสองอย่างนี้ประสานกันเมื่อไร นั่นคือชีวิตสังคมที่ดีงาม เจริญ มีความร่มเย็นเป็นสุขอย่างแท้จริง
วันนี้ก็ขออนุโมทนา โยมญาติมิตรสาธุชนทุกท่าน ที่ได้มาร่วมพิธีวันมาฆบูชานี้ ก็วันนี้ก็เลยขอโอกาสอย่างที่ว่า ทำความแจ่มแจ้งกันในเรื่องวาเลนไทน์ ถ้ายังไม่แจ้งก็ยังให้มาพูดกันต่อไป ถ้าแจ้งพอแล้วก็ขอให้ปฏิบัติกันเสียให้ถูกต้อง แล้วก็มีความมั่นใจในการที่จะทำบุญในวันมาฆบูชาต่อไป
ก็อันนี้ก็แน่ใจว่าเป็นเรื่องสร้างสรรค์ แต่ก็ทำเน้นในแง่ที่ว่าให้ทำด้วยปัญญา ในโอกาสนี้ทุกท่านก็ได้มีกุศลจิต มีบุญกุศลที่ได้ทำแล้ว อย่างที่ได้กล่าวแต่ต้นว่า ทั้งทำด้วยตัวเอง ทั้งทำในครอบครัว แล้วก็ทำเพื่อพระพุทธศาสนา แล้วก็ทำเพื่อสังคมทั้งหมดนี้ อันนี้ก็เป็นบุญกุศล ที่โยมทุกท่านควรมีปรีดาปราโมทย์ หรือมีปีติปราโมทย์อย่างที่ได้กล่าวมานั้น ให้เกิดความปลาบปลื้มเบิกบานชื่นใจ ให้เป็นทุนแห่งความสุขเบื้องหน้าชั่วกาลนาน
ในโอกาสนี้ รตนตฺตยานุภาเวน รตนตฺตยเตชสา ด้วยเดชานุภาพของพระรัตนตรัย พร้อมทั้งบุญกุศลที่ได้บำเพ็ญร่วมกันในวันนี้ อันเป็นบุญสามัคคี จงได้อภิบาลรักษาให้ทุกท่านพร้อมทั้งครอบครัวญาติมิตร เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย มีความก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน มีอาชีพการงาน สามารถบำเพ็ญประโยชน์สุขแก่ชีวิตครอบครัวสังคม ประเทศชาติ และแก่ชาวโลก ให้อยู่กันอย่างร่วมเย็นเป็นสุข ให้งอกงามในพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญ. ***** ขอขอบคุณ http://www.oknation.net/blog/tocare เขียนความคิดเห็นของคุณ |
| LAST_UPDATED2 |
รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต
ธรรมะใกล้มือ
ธรรมะ Online
กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
• จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน
กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์











