ธรรมะทวิสเตอร์

ปฏิทินธรรมะ

กุมภาพันธ์ 2012
SuMoTuWeThFrSa
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 

ติดต่อเราได้ที่

หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ

สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒ 
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร  
กรุงเทพฯ  ๑๐๙๐๐

แผนที่และการเดินทาง:  

ข้อมูลการเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน

ข้อมูลการเดินทางโดยรถสาธารณะ

โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐

โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐

อีเมล์: info@bia.or.th

เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com 

full calendar

เข้าสู่ระบบ



สถิติการเข้าชม

จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1425244
เรามี 36 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

กัลยาณมิตร

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Designed by:
เหตุและผลของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ PDF พิมพ์
User Rating: / 0
แย่ดีที่สุด 
รวมบทความ - บทความน่าสนใจอื่นๆ
เขียนโดย webmaster   
วันอังคารที่ 01 กันยายน 2009 เวลา 14:36

          

“สวนโมกข์กรุงเทพฯ” หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า
“หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” ที่กำลังถูกก่อสร้างขึ้นที่สวนรถไฟ กรุงเทพมหานคร เกิดจากความตั้งใจที่จะหยิบยกกลิ่นอายของสถานปฏิบัติธรรมสวนโมกข์พลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาไว้ให้คนเมืองจับต้องได้โดยง่าย อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ และเผยแพร่มรดกทางปัญญาอันเป็นรูปธรรมที่ท่านพุทธทาสภิกขุมอบไว้ให้กับคนรุ่นหลัง  
ด้วยพลังแห่งศรัทธาในท่านพุทธทาส หอจดหมายเหตุแห่งนี้จึงมีรายนามผู้ร่วมออกแบบมากมายอันประกอบไปด้วย อาศรมสถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม ,สถาบันอาศรมศิลป์ ,บริษัท แปลน แอสโซซิเอทส์ จำกัด ,บริษัท แปลน สตูดิโอ จำกัด, บริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัดและบริษัท เอส เอส เค เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด โดยไม่คิดค่าออกแบบแต่อย่างใด ส่วนงบประมาณในการก่อสร้างทั้งหมดก็ล้วนมาจากเงินบริจาคของผู้ศรัทธาทั้งสิ้น  
     

ปรีชา รุ่งโรจน์ และ ณัฐพงษ์ พลเชียงดี สถาปนิกบริษัท แปลน สตูดิโอ จำกัด ตัวแทนของผู้มีส่วนร่วมในการออกแบบงานชิ้นนี้ จะพาเราไปเข้าใจถึงแก่นของการออกแบบอันเรียบง่าย ก่อนจะได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองเมื่อเสร็จสมบูรณ์ในเดือน พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓

เหตุ

    “เดิมทางมูลนิธิฯ มีความคิดที่จะสร้างหอจดหมายเหตุพุทธทาสไว้ภายในสวนโมกข์ที่สุราษฎร์ฯ แต่สุดท้ายเขาก็มองว่าไม่สะดวก เพราะจุดประสงค์ที่จะสร้างหอจดหมายเหตุ คืออยากให้เป็นที่ที่ประชาชนมาศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับผลงานของท่านพุทธทาส สถานที่จึงต้องเป็นจุดที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ไม่ควรเป็นจุดที่ลี้ลับ เข้าไปแล้วหาไม่เจอเลยคิดว่าน่าจะมาสร้างที่กรุงเทพฯ

     “ได้ความร่วมมือจากทาง กทม. และสำนักราชพัสดุ เลือกที่มาให้หลายแปลง แล้วเราก็มาพิจารณาเลือกที่ที่เหมาะสมที่สุด อย่างสวนสันติไชยปราการที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็เป็นจุดที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการอนุรักษ์ตึกเก่าเพราะมันอยู่ในเขตเกาะรัตนโกสินทร์ การสร้างอาคารใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงเปลี่ยนมาเลือกบึงน้ำติดถนนด้านหน้าสวนรถไฟ พยายามเลือกจุดที่ใกล้การคมนาคมมากที่สุด

     “เหตุผลที่สร้างกลางน้ำมาจากการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เพราะตอนแรกตั้งใจจะสร้างอยู่ริมบึงน้ำ แต่บังเอิญติดปัญหาเรื่องเขตที่คาบเกี่ยวระหว่างที่ของการรถไฟกับที่ของ กทม.จึงขยับเข้าไปอยู่กลางน้ำ กลายเป็นข้อดีคือทำให้เกิดความสงบมากขึ้น”

 

ผล

     “รูปทรงของอาคารจะแผ่ยาวออกไป ตัวอาคารจึงไม่สูงจนเกินไปนัก คือมีแค่ ๓ ชั้น ซึ่งจะไล่ระดับการเข้าถึงในแต่ละชั้น เริ่มจากชั้นล่างที่เป็น public zone คือเดินเข้าไปได้ทุกคน ชั้นสองจะเป็น semi-public zone คือ เป็นส่วนของนิทรรศการและห้องประชุม ส่วนชั้นบนสุดก็เป็นห้องเก็บจดหมายเหตุซึ่งเป็น private zone แต่ไม่ได้หมายความว่าปิดตาย คนทั่วไปห้ามขึ้น แค่ต้องมีการคัดกรองก่อนที่จะเข้าไปใช้

     “คอนเซปต์หนึ่งของการออกแบบคือความต้องการที่จะให้ที่นี่เป็นตัวแทนของสวนโมกข์ที่มาตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ เราเลยจำลองจุดเด่นบางอย่างของสวนโมกข์มาไว้ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นลานหินโค้ง ซึ่งเป็นลานโล่งให้คนทั่วไปได้เข้ามานั่งพักผ่อน นั่งสมาธิ และจัดกิจกรรมได้อย่างเสรี หรือเกาะที่มีต้นมะพร้าวตรงกลางน้ำซึ่งจำลองมาจากสระนาฬิเกร์ รวมไปถึงช่องลมสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เลียนมาจากสถาปัตยกรรมของโรงมหรสพทางวิญญาณที่ท่านพุทธทาสสร้างอยู่ที่สวนโมกข์

 

  
ซ้าย : แบบจำลองลานหินโค้ง                                          ขวา : ลานหินโค้งที่สวนโมกข์
 
 
โรงมหรสพทางวิญญาณ
 
สระนาฬิเกร์

     “ชั้นสองจะมีส่วนของห้องสำหรับจัดอบรมปฏิบัติธรรมหรือจัดสัมมนาทางศาสนา ไม่ว่าศาสนาอะไรก็มาใช้ได้หมดตามแนวคิดของท่านพุทธทาสที่ไม่มีการแบ่งแยก เราเน้นเรื่องของแสงธรรมชาติ และการปรับเปลี่ยนห้องให้ใช้งานได้หลากหลาย ห้องประชุมที่นี่ออกแบบให้เอาเก้าอี้ออก ปูเสื่อ นั่งทำสมาธิได้ ถ้าเปิดประตูออกก็มีแสงและลมโกรกเข้ามา เป็นการประหยัดพลังงานไปในตัว

     “ห้องเก็บจดหมายเหตุชั้นบนเป็นห้องพิเศษที่มีเครื่องปรับอากาสมีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น มีการออกแบบระบบสำรองป้องกันเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้หนังสือและเอกสารของท่านพุทธทาสคงอยู่ในสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด มีเจ้าหน้าที่ประจำห้องเทคนิคจดหมายเหตุทำหน้าที่รับทะเบียนเอกสารของท่านพุทธทาสเข้ามา ทำความสะอาด บูรณะซ่อมแซม และเก็บรักษา

บนความสมถะ

     “แก่นของงานคือความเรียบง่าย ไม่ปรุงแต่งมาก ไม่หวือหวา สิ่งที่สะท้อนออกมาในตัวงานไม่ว่าจะเป็นแปลนหรือผังในการวางก็จะเป็นแบบตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อน แค่เดินตรงเข้าไป คุณก็จะรู้ได้เลยว่าขวามือคือห้องหนังสือ ตรงเข้าไปก็เจอลานโล่ง พอมองไปรอบๆก็เห็นน้ำ เห็นธรรมชาติ และธรรมชาติมันเป็นสิ่งที่จะบอกกับเรา

     “ทุกวันนี้มีงานสถาปัตยกรรมมากมายที่มุ่งเน้นไปที่ความหวือหวาของเส้นสายและรูปทรง เพื่อสร้างความรู้สึกตื่นเต้น น่าสนใจ ไม่ได้อ้างอิงจากธรรมชาติและความเป็นจริง แต่พอเราได้มาออกแบบงานชิ้นนี้เป็นเหมือนการมองกลับ ยึดหลักสมถะตามคำสอนของท่านพุทธทาส ซึ่งสะท้อนอยู่ในรูปแบบของอาคารและการเลือกใช้วัสดุที่จับต้องได้มากขึ้น อาคารจึงมีลักษณะถ่อมตัว คนที่เข้ามาก็จะรู้สึกว่าอาคารนี้เป็นมิตรกับทุกคนทุกศาสนา ไม่รู้สึกแปลกแยก เข้ามาแล้วรู้สึกสงบจริงๆ”

ที่มา: หนังสือ A-day  ฉบับ volume 9 number 108

เขียนความคิดเห็นของคุณ

BoldItalicUnderlineStrikethroughSubscriptSuperscriptEmailImageHyperlinkOrdered listUnordered listQuoteCodeHyperlink to the Article by its id
ชื่อผู้เขียน:
E-Mail:
ชื่อเรื่อง:
ความคิดเห็น:
LAST_UPDATED2
 

รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต

You need Flash player 6+ and JavaScript enabled to view this video.

ธรรมะ Online

ป้ายโฆษณา

กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ

•	จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน

กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
 และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์