ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
ติดต่อเราได้ที่
หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่และการเดินทาง:
โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐
โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐
อีเมล์: info@bia.or.th
เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1417938
เรามี 37 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
กัลยาณมิตร
| Designed by: |
| ไวต่อความสุข |
|
|
| รวมบทความ - บทความน่าสนใจอื่นๆ |
| เขียนโดย webmaster |
| วันจันทร์ที่ 07 กันยายน 2009 เวลา 15:19 |
|
ชะตาชีวิตบางครั้งก็พลิกผันอย่างตั้งตัวไม่ติด
หาญมีอาชีพเป็นพ่อค้าเร่ขายของตามตลาดนัด วันดีคืนดีก็ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ถึง ๒๐ ล้านบาท เมื่อได้เงินมาเขาเอาครึ่งหนึ่งเข้าธนาคารเพื่อเป็นทุนในระยะยาว ที่เหลือให้ลูกสาว ๓ คนคนละ ๑ ล้านบาท อีก ๒ ล้านบาทนำไปซื้อรถกระบะ และเตรียมซื้อที่ดินปลูกบ้าน ส่วน ๕ ล้านบาทที่เหลือ เขาฝากไว้ในธนาคารสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน เจอลาภก้อนโต แถมยังจัดการได้ดีมีหลักเกณฑ์ หาญน่าจะเป็นคนที่มีความสุขอย่างยิ่ง แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะทันทีที่ข่าวแพร่สะพัด ญาติ ๆ ก็มารุมล้อมขอเงินจากเขา บางคนได้ไป ๔-๕ หมื่น บางคนก็ได้ไปเป็นแสน แต่หลายคนไม่พอใจ หาว่าให้น้อย พากันต่อว่าต่อขาน หนักกว่านั้นก็คือบางคนขู่ว่าจะฆ่าทิ้งทั้งผัวทั้งเมีย หาญเครียดหนักจนตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ลูกสาวพาส่งโรงพยาบาล หมอล้างท้องทันจึงรอดตาย ชีวิตจริงเรื่องนี้สอนว่า ถูกรางวัลที่ ๑ มิใช่โชคดีเสมอไป ใครว่าได้เงินหลายสิบล้านแล้วชีวิตจะมีความสุข ก็หาไม่ บางครั้งกลับทำให้ทุกข์กว่าเดิม หาญไม่ใช่คนแรกหรือคนเดียวที่พูดว่า "เป็นพ่อค้าเร่ หาเช้ากินค่ำ ยังมีความสุขกว่าเป็นไหน ๆ" หาญเคยรู้สึกไม่พอใจกับชีวิตพ่อค้าเร่จน ๆ เขาฝันจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน แต่ครั้นได้เป็นจริง ๆ เขากลับพบว่าชีวิตพ่อค้าเร่มีความสุขกว่าเยอะ แต่เขามาค้นพบความจริงข้อนี้เมื่อความสุขดังกล่าวได้หลุดลอยไปแล้ว ใช่หรือไม่ว่าคนเรามักเห็นคุณค่าของสิ่งใดก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นสูญหายไปแล้ว แต่ตอนที่สิ่งนั้นยังอยู่กับเรา เรากลับไม่สนใจไยดี ชีวิตที่อิสระ ปราศจากอันตราย ไร้ความกังวลใจ คบกันด้วยน้ำใจยิ่งกว่าผลประโยชน์ เป็นชีวิตที่มีความสุข แต่ผู้คนมักจะคิดได้ก็ต่อเมื่อมันกลายเป็นอดีตไปแล้วอย่างที่เกิดกับหาญ กัญญากลุ้มใจที่ตัวเองไม่ได้เลื่อนเป็นผู้จัดการเสียที เธอหมกมุ่นกับเรื่องนี้จนไม่มีเวลาให้กับลูก ๆ แล้ววันหนึ่งเธอก็พบว่าลูกชายจากไปอย่างไม่มีวันกลับเพราะอุบัติเหตุ เธอเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงตอนนั้นเองที่เธอตระหนักว่า เมื่อครั้งลูกชายยังมีชีวิตอยู่นั้นนับเป็นช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของเธอ เป็นช่วงที่เธอน่าจะมีความสุข แต่เธอมาระลึกได้เมื่อสายไปแล้ว จะไม่ดีกว่าหรือหากเรา ชื่นชมความสุขเหล่านั้น ขณะที่มันยังอยู่กับเรา ที่จริงยังมีอีกหลายอย่างที่รอการชื่นชมจากเรา ขอเพียงแต่เราใส่ใจเท่านั้นเอง ปัญหาก็คือเรามักไม่ค่อยใส่ใจ เพราะชอบไปจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่นที่อยู่นอกตัว หรือยังอยู่อีกไกล การวางจิตวางใจแบบนี้ทำให้เราทุกข์ได้ง่าย ๆ ทุกข์เพราะสิ่งที่อยากได้ยังมาไม่ถึง ขณะเดียวกันก็ไม่ได้รับความชุ่มชื่นใจจากสิ่งที่มีอยู่แล้วกับตัว ลองมาสำรวจดูว่าชีวิตของเราตอนนี้มีอะไรบ้างที่ควรชื่นชม ถ้านึกไม่ออก ก็ลองไล่เลียงดูว่า สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ อะไรบ้างที่หากสูญไปจะทำให้เราทุกข์หรือย่ำแย่ ถึงตอนนี้เราจะพบว่ามีมากมาย ทั้งรูปธรรมและนามธรรม เช่น สุขภาพดี อวัยวะครบ ๓๒ พ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนรัก มิตรสหาย วิชาความรู้ กินอิ่มนอนอุ่น มีอาชีพการงาน มีเวลาเป็นของตัวเอง ฯลฯ แม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ ตอนนี้เราอาจไม่เห็นค่าเพราะอยากได้อันใหม่ที่ดีกว่า แต่ลองนึกดูว่า หากมีใครขโมยสิ่งเหล่านั้นไป เราจะรู้สึกอย่างไร เราไม่ควรนึกเสียดายต่อเมื่อมันสูญหายไปแล้ว แต่ควรจะชื่นชมหรือเห็นคุณค่าของมันขณะที่ยังอยู่กับเรา การรู้จักชื่นชมสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่จะทำให้เรา ตระหนักว่าทุกวันนี้เราก็มีความสุขมากมายอยู่แล้ว ความสุขไม่ใช่สิ่งที่ต้องชะเง้อหาจากอนาคต และไม่ต้องรอให้ถูกรางวัลที่ ๑ ก่อน แท้จริงความสุขมีอยู่กับเราแล้วทุกขณะ อย่างน้อย ๆ เราก็ยังโชคดีกว่าคนอื่นอีกมากมายที่ไม่มีอย่างที่เรามี การรู้จักชื่นชมสิ่งต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ รวมทั้งสิ่งที่อยู่รอบตัว จะช่วยให้เราเป็นคนไวต่อความสุข แม้สิ่งดี ๆเพียงเล็กน้อยก็สามารถบันดาลใจให้เป็นสุขได้ ปัญหาของคนทุกวันนี้ก็คือ ไวต่อความทุกข์มากกว่า ใช่หรือไม่ว่าเรามักจะจดจำคนที่ตำหนิติเตียนเราได้ดีกว่าคนที่ชมเรา ใครที่เอาเปรียบเรา เราจะจำเขาได้แม่นกว่าคนที่เอื้อเฟื้อเรา คนที่เกลียดเราจะประทับแน่นในใจเราได้นานกว่าคนที่ชอบพอเรา ช่วงเวลาที่มีความสุขกายสบายใจจะไม่แจ่มชัดในความทรงจำเท่ากับช่วงเวลาที่มีความทุกข์หรือเจ็บป่วย เวลาได้เงินจะสุขไม่เท่ากับทุกข์เมื่อเสียเงิน แม้เป็นเงินจำนวนเท่ากัน เป็นเพราะเราไวต่อความทุกข์หรือสิ่งที่เป็นลบ เราจึงรู้สึกว่าแถวที่เราต่อคิวมักจะเคลื่อนช้ากว่าแถวอื่นเสมอ ทั้ง ๆ ที่หลายครั้งแถวของเราเคลื่อนเร็วกว่าแถวอื่น แต่เหตุการณ์อย่างนั้นเราจะจำได้น้อยกว่าเวลาที่แถวของเราเคลื่อนช้า คนที่ไวต่อความทุกข์จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย แต่แท้จริงแล้วนั่นเป็นเพราะเขาด้านชาต่อสิ่งดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิตต่างหาก อยากให้ชีวิตมีความสุข นอกจากทำความดีแล้ว ต้องฝึกใจให้ไวต่อความสุขและรู้จักชื่นชมสิ่งดี ๆ ที่เรามีอยู่ในตอนนี้ให้มาก ๆ ไม่มีใครในโลกนี้ที่ได้ ๒๐ ล้านบาทมาเปล่า ๆ ฟรี ๆ ได้อย่าง ก็ต้องเสียอย่าง(หรือหลายอย่าง) ดังนั้นก่อนที่อยากจะได้อะไร ถามตัวเองดูบ้างว่ามีอะไรบ้างที่อาจจะต้องเสียไปเพื่อแลกกับสิ่งนั้น และเราพร้อมหรือยังที่จะเสียสิ่งเหล่านั้นไป by : รินใจ เขียนความคิดเห็นของคุณ |
| LAST_UPDATED2 |
รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต
You need Flash player 6+ and JavaScript enabled to view this video.
ธรรมะใกล้มือ
ธรรมะ Online
กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
• จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน
กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์











