|

เหะหะพาที: มาเลย...ปีฉลู Source - เว็บไซต์ไทยรัฐ (Th)
Friday, January 02, 2009 03:02 31856 XTHAI XCLUSIVE HEHA V%NETNEWS P%WTR สวัสดีปีใหม่ 2552 ครับท่านผู้อ่านที่เคารพ...ขอความสุข ความสมหวัง และพรอันประเสริฐทุกประการจงเป็นของท่านผู้อ่านโดยครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่ตกหล่นแม้แต่ประการเดียว ที่ต้องเริ่มกันด้วยการอวยชัยให้พรก่อนอะไรทั้งหมด เพราะข้อเขียนของผมชิ้นนี้เป็นชิ้นแรกประเดิมปีใหม่ 2552 ปีที่ผู้คนวิตกหวาดกลัวกันเหลือเกินว่าจะหนักหนาสาหัส เป็นปีวัวดุ วัวบ้า วัวอาละวาด อันจะนำความยากลำบากมาสู่มวลมนุษยชาติมากกว่าปีอื่นๆ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปลอบใจซึ่งกันและกันด้วยการอวยพรและ มอบสารพัดพรให้แก่กันเสียก่อนเป็นเบื้องต้น คนเราเมื่อกำลังใจดีซะอย่าง...อะไรอื่นๆอีก 8 อย่าง 9 อย่างก็จะดีตามมา ดังเช่นคำเปรียบเปรยของจอมยุทธ์ โกวเล้ง ยอดนักเขียนกำลังภายในที่เคยกล่าวไว้วลีหนึ่งว่า...กระบี่อยู่ที่ใจ! เมื่อหัวใจของเราเข้มแข็งประดุจกระบี่ เราก็จะสามารถฝ่าฝันอันตรายรอบด้านโดยไม่ประหวั่นครั่นคร้าม ผมออกจะโชคดีเพราะนั่งอยู่ตรงนี้ ท่านผู้อ่านรู้จักมักจี่พอสมควร พอสิ้นปีท่านก็ส่ง ส.ค.ส.ส่งคำอวยพร ส่งหนังสือมาให้อ่านเยอะแยะไปหมด บ้างก็ส่งยันต์ ส่งฮู้ ส่งพระเครื่อง พร้อมคาถามาด้วย อ่านแล้วดูแล้วก็เกิดกำลังใจเหมือนนักมวยที่ผ่านการฟิตซ้อมมาอย่างเต็มที่ แถมมี อาจารย์ดีช่วยเป่ากระหม่อมให้ เกิดความคึกคักอยากจะขึ้นเวทีเร็วๆ ส.ค.ส.ที่ผมชอบมากที่สุดมาจาก มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ลงนามโดยคุณหมอ ประเวศ วะสี และคุณหมอ เกษม วัฒนชัย ท่านประธานและกรรมการมูลนิธิฯ บนแผ่น ส.ค.ส.มีคำขวัญจากท่านพุทธทาสที่เคยเทศนา และเคยแต่งบทกลอนไว้หลายชิ้นในหัวข้อ...“ปีใหม่ต้องดีกว่าปีเก่า” ส่วนในหนังสือเล่มเล็กๆชื่อเดียวกันมีข้อความเกี่ยวกับปีใหม่ ที่ท่านพุทธทาสเคยแสดงธรรมไว้ตอนหนึ่งว่า “ขอให้ปีใหม่ปีนี้เราฉลาดกว่าปีเก่า คือมีสัมมาทิฐิมากกว่าปีเก่า ควบคุมจิตใจได้มากกว่าปีเก่า จะได้ไม่ไปหลงรักอะไรอย่างโง่เขลา จะได้ไม่ไปหลงเกลียดอะไรอย่างโง่เขลา ไม่หลงโกรธ ไม่หลงกลัว ไม่หลงวิตกกังวล อาลัยอาวรณ์ อิจฉาริษยา ขอให้มีสัมมาทิฐิดีกว่าปีเก่า แล้วปีใหม่ของเราก็จะดีกว่าปีเก่า ...อันหมายความว่า เราจะฉลาดขึ้นทุกปี” อีกเล่มหนึ่งเป็นหนังสือพ็อกเกตบุ๊กของสำนักพิมพ์แซตเตอร์เดย์ ในเครือสยามอินเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง “ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยหัวใจเกินร้อย” เรื่องราวของสุภาพสตรีผู้พิการทางการได้ยิน (หูหนวก) คนแรกของ เมืองไทยที่เรียนจนจบปริญญาเอก...ดร.ประกาย กิจธิคุณ มีคนพูดถึงเธอเอาไว้มาก และเธอเองก็เคยออกโทรทัศน์ในรายการต่างๆมากมาย...เป็นข่าวอยู่บ่อยๆ ในฐานะผู้พิการทางการได้ยิน ที่ไม่สามารถได้ยินเลยว่าใครพูดอะไร? เรื่องอะไร? แต่เธอก็ใช้ความพยายามในการอ่านริมฝีปาก หรือไม่ก็ขอร้องให้ผู้ที่อยู่ข้างๆอาจจะเป็นเพื่อนเรียน หรือเพื่อนร่วมงานช่วยจดให้ว่าอาจารย์หรือผู้ที่เธอเข้าไปร่วมประชุมด้วยพูดจาว่าอย่างไร จนเธอเข้าใจสามารถพูดโต้ตอบ สามารถเขียนรายงาน หรือเข้าสอบ หรือทำวิทยานิพนธ์ในระดับต่างๆจนจบปริญญาเอก ปัจจุบันรับราชการเป็นข้าราชการซี 8 ของสำนักงานเศรษฐกิจ-การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เธอทำได้อย่างไร? คำตอบจากหนังสือเล่มนี้ก็คือ ทำได้เพราะหัวใจที่สู้ไม่ถอย...หัวใจที่แกร่งเกินร้อยจึงก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคมาได้ทุกขั้นตอน ครับ! ก็เป็นตัวอย่างจาก ส.ค.ส. และจากหนังสือประเภทเติมกำลังใจ ที่ผมได้รับในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งนับเป็นการอัดฉีด เติมเชื้อเพลิงให้แก่ผมได้เป็นอย่างดียิ่ง จนถึงขนาดเผลอตัวตะโกนว่า...มาเลยปีฉลู...ตูพร้อมแล้ว...อย่างที่เขียนไว้ในตอนต้น แฮ่ม! จะพร้อมจริงหรือไม่จริง...เดี๋ยวก็รู้ สวัสดีปีใหม่ 2552 อีกครั้งนะครับท่านผู้อ่านที่เคารพ ขอให้ ผ่านปีฉลูไปอย่างฉลุย...ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่เจ๊ง...โดยทั่วหน้ากันนะครับ. "ซูม"--จบ-- ที่มา: http://www.thairath.co.th
|