ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
![]() | 01 สิงหาคม รับสมัครโครงการธรรมบุตรีและธรรมบุตรนานาชาต.. |
![]() | 01 สิงหาคม ขอเชิญปฏิบัติการเจริญสติแบบเคลื่อนไหว แนวห.. |
![]() | 01 สิงหาคม ขอเชิญชมรายการระเบียงบุญ ทางช่อง 3.. |
![]() | 03 สิงหาคม ขอเชิญร่วมสนทนาธรรม ถาม - ตอบ บอกเล่า บุญ .. |
![]() | 04 สิงหาคม แนะนำการเจริญสติ แนวหลวงพ่อเทียน.. |
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 401480กัลยาณมิตร
| Designed by: |
| ของดีมีอยู่ |
|
|
| ข่าว/ข่าวหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ - ข่าวหอจดหมายเหตุพุทธทาส |
| เขียนโดย มติชนสุดสัปดาห์ |
| วันพฤหัสบดีที่ 05 มีนาคม 2009 เวลา 16:40 |
|
ของดีมีอยู่โดย ขรรค์ชัย บุนปาน จาก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ ๒๗ ก.พ. – ๕ มี.ค. ๒๕๕๒ หน้า ๑๐๖ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม คงร้อนแล้งขึ้นเป็นลำดับตามสภาพอากาศ ภาษิตข้างถนนบทหนึ่งบอก ใจเย็นเป็นสุข ใจร้อนนอนคุก ท่ามกลางกระแสเชี่ยวกรากของความเป็นไป ธรรมะจากหลวงพ่อพุทธทาส น่ากระชากใจคนให้เย็นได้บ้าง
เผอิญท่านผู้มีเมตตา ไม่ประสงค์ออกนาม ไม่บอกเพศ ส่งหนังสือธรรมะใกล้มือเล่มเล็กๆ มาให้ ๒ เล่ม เป็นของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ โทร. ๐๒- ๓๐๕ ๙๕๘๙ ประกาศสัจจสารจากสวนโมกข์ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๑ ว่าด้วย น้ำพริกถ้วยเดียวของบรรพบุรุษ คือความไม่เห็นแก่ตัว สามารถแก้ปัญหาได้หมดทั้งโลก
มีตราประทับหน้าปกว่า แบ่งปันเป็นธรรมทานให้ผู้อื่นต่อไป
ชิ้นส่วนที่ตัดมาตื้นๆ ฉบับนี้ กวีร่วมสมัยรุ่นพี่ท่านหนึ่ง เคยสรุปอย่างมหากวีว่า
เป็นเสียงเตือนมนุษย์ให้หยุดฟัง
“โลกกำลังเต็มไปด้วยปัญหา กำลังจะวินาศ ถ้าหากไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางเสียก่อนความเห็นแก่ตัว มาจากสัญชาตญาณแห่งความรู้สึกว่ามีตัวที่ควบคุมไว้ไม่ได้ กลายเป็นกิเลสขึ้นมาอย่างครบถ้วน แล้วก็กระทำไปทุกอย่างตามอำนาจของกิเลสนั้น ในกิจกรรมทุกอย่างทุกประการ
เห็นแก่ตัวอยู่คนเดียว ก็นอนไม่หลับ ปวดศีรษะอยู่คนเดียว, เมื่อเกี่ยวข้องกับผู้อื่น ก็เบียดเบียนผู้อื่นอย่างกว้างขวาง
และก็มีสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย ที่จะใช้ความเห็นแก่ตัวอย่างไม่ผิดกฎหมายเพราะความฉลาด
ขอให้พิจารณาดูสิ่งสิ่งนี้ ที่ระบาดทั่วทุกหัวระแหง ในทางสังคม ทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง การดำรงชีพของแต่ละคนที่เจริญด้วยการศึกษา
ในระบอบประชาธิปไตย ถ้าพลเมืองทุกคนเห็นแก่ตัว ก็จะเลือกได้ผู้แทนฯ ที่เห็นแก่ตัว ไปประกอบกันขึ้นเป็นรัฐสภา ก็ได้สภาที่เห็นแก่ตัว, ทั้งประเทศก็ตกอยู่ใต้อำนาจของความเห็นแก่ตัว
เราผู้ไม่เห็นแก่ตัว เหลืออยู่กี่คน ในโลกนี้ ?
ประชาธิปไตยของผู้เห็นแก่ตัว เลวร้ายกว่าเผด็จการอย่างเลวร้ายที่สุด, เพราะประชาธิปไตยเปิดโอกาสให้ใช้ความเห็นแก่ตัวอย่างไม่มีขอบเขต, ยิ่งฉลาดก็ยิ่งใช้ได้มากและลึกซึ้ง
ความไม่เห็นแก่ตัว เป็นความมุ่งหมายของศาสนาทุกศาสนา ไม่ว่าจะเป็นศาสนาระดับไหน มีพระเจ้าหรือไม่มีพระเจ้า ก็ยังไม่ต้องการความเห็นแก่ตัว
ถ้าศาสนาทุกศาสนาร่วมมือกัน กำจัดความเห็นแก่ตัวในโลก ตามวิธีการของตนแล้ว ความเห็นแก่ตัวจะหมดไปจากโลก วิกฤตกาลทั้งหลายก็จะหมดไป
เราจะต้องมีการศึกษาที่สมบูรณ์ คือให้ฉลาดแล้วมีการควบคุมความฉลาด ให้อยู่ในร่องรอยของศีลธรรม
ทั้งนี้ เพื่อควบคุมความฉลาด ไม่ให้เดินไปทางความเห็นแก่ตัว
ปัจจุบัน เราให้การศึกษาที่แสนฉลาด แต่ไม่มีการศึกษาที่ควบคุมความฉลาดเลย
เราจะต้องมีการบวชเรียนของคนหนุ่ม ให้ได้รับการฝึกฝนในความไม่เห็นแก่ตัวมากที่สุด
การบวช นอกจากเป็นการศึกษาพระศาสนาแล้ว ยังเป็นการศึกษาการทำงานเพื่อผู้อื่น โดยไม่ต้องรับแม้คำว่าขอบใจจากใครๆ
น้ำพริกถ้วยเดียวของปู่ย่าตาทวด ที่ไม่เคยกินอาหารฝรั่ง อาหารจีน, ท่านเติบโตกันมาและอยู่ต่อไปจนตาย ด้วยน้ำพริกถ้วยเดียวที่ขาดไม่ได้ ทำให้ไม่เห็นแก่ตัว รักผู้อื่น
เราจะต้องมีการศึกษา ที่ไม่รับใช้ประชาธิปไตยแห่งความเห็นแก่ตัวของผู้ที่มีความฉลาดที่ไม่มีอะไรควบคุม
คิดเก่ง พูดเก่ง ทำเก่ง แต่อัดแน่นอยู่ด้วยความเห็นแก่ตัวที่เฉลียวฉลาดที่สุด
ยิ่งฉลาด ก็ยิ่งเห็นแก่ตัวได้ลึกเกินลึก จนกลายเป็นคดโกง หรืออันธพาลไปไม่ทันรู้
เรามีแต่การศึกษาที่รับใช้เศรษฐกิจ การเมือง ไม่รับใช้ศีลธรรม
ศีลธรรมจึงหายหน้าไป มีการยกพวกตีกัน ล้างผลาญกันในโรงเรียน หรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัย
ระบบสังคมของผู้เห็นแก่ตัว ไม่อาจใช้สร้างสันติภาพแก่โลกได้ ต้องเป็นสังคมนิยมที่มีธรรม หรือความไม่เห็นแก่ตัวเป็นรากฐาน
ความไม่เห็นแก่ตัว จำเป็นต้องมีต้องใช้ ธรรมนี้เป็นหัวใจของทุกศาสนา ถือศีลเพียงข้อเดียวก็พอ
คือความไม่เห็นแก่ตัว”.
{comments} เขียนความคิดเห็นของคุณ |
| LAST_UPDATED2 |












