|
เดินเล่นที่หอพุทธทาสเมื่อวันกำลังจะแล้วเสร็จ คิดเตรียมการวันเปิดเล็ก ๕ มิถุนายน.  งานทุกอย่างกำลังเสร็จแล้ว วันนี้จึงเดินเล่นจนตลอดทั่วทั้งหออีกรอบ ได้หลายความคิด ๑) ห้องที่แล้วเสร็จนำหน้า คือห้องชั้นสาม

สำหรับเก็บเอกสารจดหมายเหตุฯ งานต้นเรื่องของท่านอาจารย์พุทธทาสทั้งหลาย บุผนัง ติดฝ้า พร้อมร้อยท่อเดินรางแอร์ไว้ควบคุมแสง อุณหภูมิและความชื้นสมบูรณ์พร้อม รักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ใช้ศึกษาค้นคว้าและพัฒนากันต่อ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะนี่คือหัวใจหนึ่งของหอฯ ที่จะเป็นคล้ายหอไตรในสระกลางกรุง ๒)ที่ชั้นสอง ทั้ง ๔ พื้นที่ เห็นภาพชัดอย่างลงตัว 
a. โถงกลางที่วางพระ เปิดสู่สระและมะพร้าวนาฬิเกร์กับลานหินโค้ง และพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนั้นผนังสองข้างเหมาะมากที่จะจัด ภาพปริศนาธรรมไทยโบราณชุดหนวดเต่า เขากระต่าย นอกบ ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสทำความหมายให้ไว้ ถือเป็นการสถาปนาทั้งงานศิลปะ ภูมิปัญญา และพุทธธรรมสำคัญอย่างครบครัน ทั้งพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) พระสัทธรรมทั้ง ๓ (ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ) ปฏิจจสมุปบาท สุญญตาธรรม ไตรสิกขา (ศีล สมาธิ ภาวนา) และ มรรค ผล นิพพาน ฯลฯ 
b. สวนเซ็นปฏิจจฯ บนดาดฟ้าห้องหนังสือและสื่อธรรมที่จะทำเป็นสวนปฏิจจฯ โดยจะให้หานานาพันธ์โมกข์มารวมไว้นั้น ผนังด้านในก็ลงตัวด้วยบรรดาภาพปฏิจจสมุปบาท ๓ แบบ คือ กาลจักรอย่างทิเบต กับยายกะตาอย่างไทยพื้นบ้าน แล้วก็กายนครของไทยเดิม 
c. ในห้องนิทรรศการนิพพานชิมลองที่กำลังเริ่มงานนิทรรศการด้วยการลงฐานจอวงรีรูปไข่ พร้อมวงกลมในเป็นไข่แดงนั้น หน้าห้องที่กะจะวางรูปแจกดวงตาซึ่งท่านอาจารย์พุทธทาส กับสหธรรมิกที่สวนโมกข์นำภาพโมเสกอย่างอียิปต์มาประยุกต์วางนั้น ก็เหมาะมาก ๆ 
d. ตรงหน้าห้องปฏิบัติธรรมที่คืบหน้าถึงขั้นบุผนังไม้แล้วนั้น ก็เหมาะเหมือนกับภาพการฝึกจิต ภาวนาอย่างทิเบตพระโยคาวจรกับช้าง ลิงและกระต่าย ให้ได้ใช้ทบทวนประกอบการปฏิบัติธรรม ๓) ตรงชั้นพักบันไดทั้งสองฝั่ง ตอนนี้ฝั่งตะวันออกระหว่างชั้น ๑ – ๒ ภาพเรือสัจจานุโลมิกญาณ อันเป็นญาณท้ายสุดก่อนถึงนิพพาน ซี่งอยู่ในสมุดภาพไทยเดิมกายนครก็จะมาอยู่ตรงนี้ อย่างลงตัวเพราะตรงกับหน้าห้องนิพพานชิมลอง ระหว่างชั้น ๒ – ๓ ที่จะเข้าห้องประสานงานนั้น กำลังนี้ที่ท่านอาจารย์โพธิ์แนะให้นำภาพลิงล้างหูมาวางน่าจะลงตรงนี้เพื่อเตือนตนและคนทั้งหลาย อย่าให้อายลิงทั้งหลาย ส่วนอีกฝั่งทางตะวันตก ต้องค้นหาอีกรอบ ที่ชั้น ๒ – ๓กำลังสนใจเอา ภาพพระเจ้าสร้างโลกมาลงในทำนองเตือนสติมนุษย์เรา ส่วนที่ชั้น ๑ – ๒ ยังนึกไม่ออก คงต้องไปสวนโมกข์อีกสักรอบ 
๔)ขึ้นไปบนดาดฟ้า ปูนฉาบพื้นหลังคามีรอยร้าวแยก ได้ขอให้ทุกฝ่ายดูให้ดีว่า ไม่ใช่เรื่องของโครงสร้างใหญ่สำคัญที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงมั่นคงหรือรั่วซึมในอนาคต เช่นกันกับงานฉาบกล่องบล็อก ได้ย้ำฝ่าก่อสร้างขอให้ดูให้ดีเรื่องการกะเทาะร้าว และหลุดในภายหลัง ทางขึ้นสุดท้ายที่จะเป็นบันไดลิง(เหล็ก) แนบผนังภายนอกนั้น อย่าใช้อะไรเลย แม้จะดู สัปปายะสุด ๆ ก็ตาม 
๕)ลงมาที่ชั้นล่างตรงโถงโล่งและลานหินโค้ง ๔ สิ่งที่จะเอามาเพิ่ม ก็น่าจะลงตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาพปูนปั้นพุทธประวัติทั้ง ๔ จุด (ผนังข้างห้องหนังสือหน้าห้องประชาสัมพันธ์, หลังลานหินโค้ง, บนแท่น ๒ ด้านข้างลานหินโค้งที่มี ๕ ภาค ตั้งแต่ประสูติ ออกบวช ตรัสรู้ ประกาศธรรม และ ปรินิพพาน ประมาณ ๒๐ ภาพ)พระโพธิสัตว์สำริดตรงกลางลาน ที่ได้ช่างผู้สร้างพระถวายท่านอาจารย์ ปอ. ปยุตโต มารับช่วงกับภาพวาดพันธกิจของชาวพุทธ ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสให้สร้างทำไว้ ก็น่าจะเจริญใจในพระพุทธคุณ พร้อมกับเติมความมุ่งมั่นพันธกิจของชาวพุทธไว้พร้อมสรรพ 
๖) ที่ห้องหนังสือและสื่อธรรม กับ ลานกว้างภัตศาลา ยังโล่งอยู่ เริ่มลงเสาศาลาแล้ว คงต้องรออีกสักนิดคิดละเอียดอีกหน่อย ตรงแท่นหน้าวางประติมากรรมใหญ่ ๓ เมตร ยังคิดไม่ออกว่าจะวางอะไรดี เช่นกันกับที่ซอกบันไดทั้งสองฝั่งทางขึ้นชั้นสอง 
๗) ลองเดินไปที่สะพานข้ามเข้าหอฯ จากสวนที่กำลังต่อสะพาน ตรงตีนสะพานมีไม้ ๓ ต้น ที่ต้องกำชับให้รักษาอย่าให้บอบให้ช้ำ เพราะจะใช้เป็นหมายสมมุติเป็นอนุสติถึงพระพุทธองค์ หิมพานต์ และ พระราชา ก่อนเข้าหอฯ พอดี คือต้นไทรใหญ่ที่สยายกิ่งก้านอย่างร่มรื่น ๑, ต้นมะม่วงหิมพานต์กำลังดีที่เอนต้นลู่เกือบเรี่ยน้ำน้อมรับผู้คนขึ้นหอ ๑ กับ ต้นราชพฤกษ์ขนาดกำลังดีอีก ๑ 
๘) ต่อลงไปที่คันดินทำนบกั้นน้ำเพื่อการก่อสร้าง มีดอกธูปน้ำกำลังชูชวนนึกถึงธูปเทียนของธรรมชาติที่ส่งมา 
๙) ด้านหลังหอ ฯ ตรงมุมถนนทางเข้าสวนรถไฟที่มีศาลเจ้าที่กับโพธิ์ใหญ่อยู่นั้น ควรจัดให้สวยด้วย เว้นแต่ว่าถ้ามีการขยายถนนในอนาคตของ กทม.และการรถไฟ คงเป็นไปตามเหตุและปัจจัยอย่างธรรมดา บัญชา พงษ์พานิช เขียนในระหว่างร่วมฟังการประชุมกลุ่มบริหารการก่อสร้างประจำสัปดาห์ พุธที่ ๓ กพ.๕๓
|