ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
ติดต่อเราได้ที่
หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่และการเดินทาง:
โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐
โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐
อีเมล์: info@bia.or.th
เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1425259กัลยาณมิตร
| Designed by: |
| รักที่ไม่มีทุกข์ |
|
|
| รวมบทความ - พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก |
| เขียนโดย พระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก |
| วันพุธที่ 25 มีนาคม 2009 เวลา 10:58 |
|
รักที่ไม่มีทุกข์ จากหนังสือ สาระแห่งชีวิต คือรักและเมตตา พระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก ความรักที่มีแต่สุข ไม่มีทุกข์เจือปน เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ในทางพุทธศาสนา ความรักอัน พรหมวิหาร 4 อันประกอบด้วย เมตตา
กามารมณ์ คือ ความรักใคร่พอใจในเรื่องของกาม กามราคะตัณหาเป็นอุปสรรคในการมีเมตตา เป็นความรู้สึกที่ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัวอยากได้เขามาเป็นของเรา เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการ มักเกิดความไม่พอใจ โกรธแค้น บางครั้งถึงกับฆ่าตัวตาย ทำลายชีวิตเขา ถ้าเราสามารถรักษาศีลให้มั่นคงได้ ก็จะไม่เกิดเรื่องเดือดร้อนไปเบียดเบียนใคร แต่ถ้ากามารมณ์รุนแรงมาก ก็ควรที่จะพิจารณาร่างกายของตน เป็นอสุภะ ไม่สวยไม่งาม เป็นปฏิกูล พยายามสงบระงับซึ่งกามารมณ์ จนรู้สึกได้ว่าทุกคนเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องของเรา คือ ถ้าอยู่ในวัยเดียวกับพ่อแม่ ก็ให้ทำความรู้สึกเหมือนเป็นพ่อแม่
ฝึกคิดในทางบวก มองโลกในแง่ดี เรื่องส่วนตัวและเรื่องรอบ ๆ ตัวทั้งโลก เมื่อไม่ดี ไม่ถูกใจ ให้พักไว้ สงบเงียบอยู่ในใจ รู้อยู่ เห็นอยู่ แต่ไม่ต้องปรุงแต่งขึ้นมา มีหิริโอตตัปปะ ต่อคำว่า “ไม่ดี” รักษาใจ รักษาความรู้สึกที่ดีไว้ เมื่อรู้สึกดี ก็สบายใจ สุขใจ คิดดี พูดดี ทำดี ส่งความรู้สึก กระแสจิตของใจดี สุขใจนี้ออกไป ความเมตตาจะทำให้เราไม่คิดร้าย ไม่พูดร้าย และไม่ทำร้ายใคร ที่สุดของความเมตตา คือจะไม่มีความพยาบาทเกิดขึ้นในใจ แม้ว่าจะมีผู้อื่นคิดร้าย พูดร้าย ทำร้ายเราก็ตาม เป็นความเมตตาที่ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ เป็นเมตตาที่มีให้ แม้แต่กับศัตรู ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ว่า “แม้ถูกเขาจับมัดมือมัดเท้า” แล้วเอาเลื่อยมาเลื่อยจนร่างกายขาดออกเป็น 2 ท่อน หากยังคิดโกรธ อาฆาต พยาบาทอยู่ ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเห็นธรรม คือความสงสาร เมื่อเรามีจิตกรุณาที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเองแล้วก็ให้อาศัยอิทธิบาท 4 ฉันทะ มีความพอใจการแก้ไขปรับปรุงตนเอง
เมื่อ มีข้อผิดพลาด และหาวิธีการ อุบายต่าง ๆ ที่จะไม่ให้เกิดผิดพลาดขึ้นอีก สร้างจิตสำนึกในการที่จะพัฒนาตน มีความพอใจในการต่อสู้กับจิตใจตนเอง กรุณาต่อผู้อื่น จิตที่กรุณาต่อผู้อื่น คือจิตใจที่คิดช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าเรา ให้เขาพ้นจากทุกข์ แนะนำ ตักเตือนเขา เพื่อให้เขาสามารถดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร สมมติ ว่าเราเป็นแม่ ในการเลื้ยงลูก เรามีความปรารถนาดีต่อลูก ให้ความรักความเมตตา สิ่งใดที่ทำให้ลูกมีความสุข เราก็ทำให้แก่ลูก เรียกว่าทำให้ลูกมีความสุข เราก็ทำให้ลูก เรียกว่าทำให้ลูก “ถูกใจ” ก็ดูไม่ยากอะไร แต่ความกรุณา คือช่วยเหลือให้ลูกพ้นทุกข์ เราต้องหมั่นอบรมสั่งสอน คือช่วยเหลือให้ลูกรู้จักผิดชอบ ชั่วดี บางครั้งอาจจำเป็นต้องเคร่งครัด ว่ากล่าวตักเตือน ขัดใจลูกเพื่อความ “ถูกต้อง”
ที่สุดของความกรุณา ก็เป็นเช่นเดียวกับความเมตตา
เราจึงต้องพัฒนาจิตใจให้มีมุทิตาต่อตนเองก่อน หมายถึง หัดนิสัยมองดูตนเองให้มาก ๆ อย่าเปรียบเทียบแต่กับคนที่ดีกว่าเรา คนที่มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข น้อยกว่าเรา ก็มีมาก พลเมืองในโลกนี้มีประมาณหกพันล้านคน เป็นคนยากจนที่ไม่เคยมีข้าวกินอิ่ม หนึ่งในห้าส่วน ก็เท่ากับคนพันสองร้อยล้านคนที่กินข้าวไม่อิ่ม คน ที่อยู่ในสังคมที่ไม่สงบ อยู่ท่ามกลางในชีวิตมากมาย มองดูตนจะเห็นว่าเรามีโอกาสดีกว่าอีกหลาย ๆ คน อย่างน้อยก็ให้เกิดสันโดษขึ้นในจิตใจ ยินดีในสิ่งที่มีอยู่ขอบคุณหลาย ๆ คนที่ช่วยสนับสนุนชีวิตของเรา เมื่อเรามองดูชีวิตของตนด้วยใจเป็นธรรม ใจเป็นศีล ใจมีเมตตา กรุณาแล้ว จะเกิดความพอใจ สุขใจในฐานะของตนสันโดษพอใจในชีวิตตนในปัจจุบัน เมื่อใครได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เขาพอใจ มีความสุข เราก็พลอยยินดีกับเขา ยิ่งพลอยยินดีกับความสุขของเขา เราก็ยิ่งเพิ่มความสุขในใจตนยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
อุเบกขา หลายคนเข้าใจผิดว่า อุเบกขา คือเฉย ๆ ไม่สนใจว่าใครจะทำอะไร ช่างมัน ฉันไม่เกี่ยว อุเบกขา มาจากความหมายเดิมว่า เข้าไปดู เข้าไปดูจนเข้าใจ ชัดเจน แล้วจิตปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ยินดี ยินร้าย วางใจเฉย อุเบกขา ต้องอาศัย สติ ปัญญา ขันติ ครูบาอาจารย์ เปรียบเทียบไว้ว่า เมื่อลูกของเราจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อ ก่อนเดินทาง พ่อแม่ อบรมสั่งสอนทำหน้าที่ของพ่อแม่ ให้ดีที่สุด และสมบูรณ์ด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา เมื่อลูกเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ไม่ต้องคิดถึง หรือเป็นห่วงวิตกกังวลใด ๆ อีก ทำใจวางเฉย รักษาใจ สงบใจ สุขใจ เราจะพัฒนาอุเบกขาขึ้นในจิตใจได้ ต้องเข้าใจความจริงอย่างหนึ่งของชีวิตว่า ไม่มีใครหนีพ้นจากโลกธรรมแปด โลกธรรมแปดฝ่ายน่าปรารถนา ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข โดยเฉพาะโลกธรรมฝ่ายไม่น่าปรารถนานี้ หากเกิดขึ้นกับบุคคลที่รัก เช่น ลูกของเราแล้ว ยากที่จะวางใจให้เป็นกลางได้ เรามักคิดว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม ไม่สมควรเลย แต่หากเราพิจารณาชีวิตด้วยปัญญาชอบแล้วจะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีประสบการณ์อยู่นั้น มันเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทุกสิ่งที่เราประสบล้วนเป็นมรดกแห่งกรรมของเราเอง ชีวิตที่เรามีประสบการณ์อยู่นี้สมบูรณ์ด้วยเหตุผลสมบูรณ์ด้วยเหตุ ปัจจัยของมันเอง การกระทำของตัวเอง มองดูจากระยะยาว ตั้งแต่อเนกชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น จึงพอเหมาะ พอดี สมบูรณ์แล้วด้วยกฎแห่งกรรม ใช้สติ ปัญญา เข้าใจความเป็นไปของชีวิต ปล่อยวางได้ ทำใจได้ ไม่ทุกข์ใจ เอาใจใส่ และรับผิดชอบในชีวิตปัจจุบัน ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ด้วยความพอใจ สงบใจ ที่สุดของอุเบกขา คือไม่มีปฎิฆะ อันหมายถึง ความกระทบกระทั่งใจ ความหงุดหงิดขัดเคืองเกิดขึ้นในใจแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะมีเรื่องราวเดือดร้อน รุนแรงขนาดไหน เข้ามากระทบ ก็ทำใจปล่อยวาง และสงบใจได้ อุเบกขา จึงถือเป็นคุณธรรมขั้นสูง
เขียนความคิดเห็นของคุณ |
| LAST_UPDATED2 |
รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต
ธรรมะใกล้มือ
ธรรมะ Online
กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
• จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน
กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์











