ธรรมะทวิสเตอร์
- Loading...
ติดต่อเราได้ที่
หอจดหมายเหตุ
พุทธทาส อินทปัญโญ
สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ)
ถนนนิคมรถไฟสาย ๒
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐
แผนที่และการเดินทาง:
โทรศัพท์: ๐-๒๙๓๖-๒๘๐๐
โทรสาร: ๐-๒๙๓๖-๒๙๐๐
อีเมล์: info@bia.or.th
เว็ปไซต์: www.bia.or.th
www.dhamma4u.com
เข้าสู่ระบบ
สถิติการเข้าชม
จำนวนครั้งเปิดดูบทความ : 1423265กัลยาณมิตร
| Designed by: |
| ด่านที่ไร้ประตู |
|
|
| รวมบทความ - "เซ็น" วิถีแห่งการรู้แจ้ง | ||||||||
| เขียนโดย webmaster | ||||||||
| วันอังคารที่ 08 ธันวาคม 2009 เวลา 17:16 | ||||||||
JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL ลำดับเรื่อง(ในต้นฉบับ) ๓๕ ลำดับการแปล ๑ ชื่อเรื่อง เซนโจะแยกร่าง โกอาน โกโสะถามพระรูปหนึ่ง “ เซนโจะและวิญญาณของเธอแยกจากกัน อันไหนเป็นของจริง ?” คำวิจารณ์ของมูมอน ถ้าคุณรู้แจ้งถึงโกอานบทนี้ คุณจะรู้ว่าการออกจากเครื่องหุ้มกายอันหนึ่งแล้วก็หาอันใหม่มันก็เหมือนกับนักท่องเที่ยวชอบพักชั่วคราวตามโรงแรม ถ้าคุณยังไม่รู้แจ้ง ก็อย่ารีบร้อนอย่างคนตาบอด เมื่อธาตุทั้งสี่เสื่อมสลายอย่างฉับพลัน คุณจะเป็นเหมือนปูถูกโยนใส่น้ำร้อน ดิ้นรนด้วยแขนทั้งเจ็ดและขาทั้งแปด อย่าพูดว่าฉันไม่เคยเตือนคุณ บทร้อยกรองของมูมอน ความเหมือนอยู่นี่ ดวงจันทร์กลางหมู่เมฆ ความต่างอย่างนี้ ขุนเขาและหุบเหว ช่างน่าอัศจรรย์ น่าชมเสียจริง นี่เป็นหนึ่งเดียวหรือ เป็นคู่ ไขปริศนา โกอาน โกอานนี้ดูเหมือนธรรมดาๆ ในสมัยก่อนโกอานนี้ถูกใช้เป็น นันโตะโกอาน อาจารย์ โฮเอนต่อมาชื่อว่า อาจารย์โกโสะเพราะพักที่ภูเขานี้ ท่านบวชเป็นภิกษุเมื่ออายุ ๓๕ ปี เริ่มต้นด้วยการศึกษาปริยัติธรรมจนกลายเป็นปราชญ์ท่านหนึ่ง วันหนึ่งท่านอ่านตำราพบข้อความว่า “พระโพธิสัตว์เมื่อมองด้วยสายตาแห่งความรู้แจ้ง การปฏิบัติและหลักปริยัติถูกหลอมรวมกัน ปรากฏการณ์และแก่นแท้เป็นหนึ่งเดียวกัน และอัตวิสัยและภววิสัยก็ไม่ได้แยกกัน ปราชญ์นอกศาสนาค้านว่า “ถ้าอัตวิสัยและภววิสัยไม่ได้แยกจากกัน จะพิสูจน์ความจริงกันอย่างไร”” แต่อาจารย์เกนโจะพูดว่า “เหมือนกับคนดื่มน้ำย่อมรู้ว่าน้ำเย็นหรือร้อนด้วยตัวเขาเอง” อาจารย์โฮเอนพูดว่า “ฉันรู้ว่าน้ำร้อนหรือเย็น แต่ฉันไม่รู้ว่า “รู้ด้วยตนเอง” เป็นอย่างไร” ท่านถามอาจารย์ แต่อาจารย์ไม่สามารถให้เข้ากระจ่างแจ้งแก่ท่านได้กลับพูดกับท่านว่า หากท่านต้องการคำตอบ ให้ลงไปทางใต้และถามอาจารย์เซน” ด้วยความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยว ท่านเดินทางพบอาจารย์เซนมากมาย ขณะที่ท่านศึกษาอยู่กับอาจารย์ฮะกุน ชูตัน มีพระองค์หนึ่งถามท่านอาจารย์แต่กลับถูกดุอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้กลายเป็นแรงบันดาลใจอย่างใหญ่หลวง ท่านจึงต้องการรู้ความจริงด้วยตนเอง ต่อมาท่านได้ยินโกอานว่า “มีพระเซนมากมายจากภูเขาโร ทั้งหมดล้วนรู้แจ้งแล้ว ถ้าเธอถามเขาจะตอบอย่างดียิ่ง หากถามโกอาน เขาจะตอบอย่างชัดเจน ถ้าให้เขาเขียนคำอธิบายเพราะๆ เขาก็เขียนได้อย่างดี แต่เขาก็ยังจับฉวย “มัน” ไม่ได้” คำไขปริศนานี้ทำความสงสัยอย่างใหญ่หลวงแก่โฮเอน ภายหลังศึกษาโกอานนี้อย่างหนักเป็นเวลาหลายวัน ในที่สุดท่านก็รู้แจ้งอย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังขจัดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเซนจนหมดสิ้น ต่อมาภายหลัง ชื่อเสียงของท่านก็ค่อยๆขจรขยายไปในวงการเซน เป็นเวลากว่าสี่สิบปีที่ท่านสอนศิษย์อย่างกระตือรือร้น วันหนึ่งท่านได้ประกาศลากลางที่ประชุม กลับกุฏิสรงน้ำปลงผมอย่างประณีตบรรจง วันรุ่งขึ้นก็มรณภาพโดยอาการสงบในปี พ.ศ.๑๑๐๔ ขณะนั้นท่านมีอายุกว่า ๘๐ ปี อาจารย์ เอนโกผู้รวบรวมโกอาน เฮกิกันโรกุ(บันทึกหินสีฟ้า)เป็นหนึ่งในศิษย์หลายท่านของท่าน เรื่อง “เซนโจะและวิญญาณของเธอแยกจากกัน” เป็นตำนานสมัยราชวงศ์ถัง ในโกชูในจีนมีชายคนหนึ่งชื่อโชกัน เขามีลูกหญิงสองคน เนื่องจากคนแรกตายไป เขาจึงรักคนที่สองมาก และทำทุกๆอย่างเพื่อลูก เนื่องจากเธอสวยมาก หนุ่มๆหลายคนจึงอยากแต่งงานกับเธอ พ่อของเธอตกลงใจเลือกฮินเรียว และตั้งใจยกเซนโจะให้เขา เซนโจะกลับรักโอชูซึ่งเป็นหลานของโชกัน เมื่อโอชูยังเล็กอยู่วันหนึ่ง พ่อของเซนโจะพูดเล่นๆกับเขาว่า “โอชูและเซนโจะเข้ากันได้ดี เมื่อโตน่าจะแต่งงานกัน “ คำพูดนี้ทำให้เขาทั้งสองเชื่อว่าได้หมั้นกันแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไปเขาก็พบว่าเขาทั้งสองรักกัน เซนโจะ ผู้ได้ยินโดยกะทันหันว่าพ่อหมั้นไว้กับฮินเรียว เกิดเสียใจและโศกเศร้าอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับโอชูซึ่งเมื่อรู้เรื่องก็ตัดสินใจหนีจากบ้าน เพราะเขาไม่สามารถอยู่ใกล้ๆเธอได้ เย็นวันหนึ่งเขา(โอชู)ก็จากบ้านอย่างเงียบๆไม่บอกใครแม้เซนโจะ เวลาเที่ยงคืนเขาเห็นเงาตะคุ่มๆวิ่งไปตามริมน้ำตามเรือของเขา เขาหยุดมอง และก็ดีใจอย่างที่สุด เมื่อพบว่าเป็นที่รักของเขานั่นเอง ทั้งสองกอดกันพร้อมทั้งน้ำตา เมื่อไม่สามารถกลับไปหาพ่อของเซนโจะได้ จึงหนีไปอยู่ที่โชกุและแต่งงานกัน ห้าปีผ่านไป เซนโจะซึ่งกลายเป็นแม่ของลูกสองคน คิดถึงบ้านมาก วันหนึ่งจึงบอกกับสามี “เพราะรักเธอฉันจึงยอมมาอยู่กับเธอที่นี่ แต่ฉันไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นอย่างไรบ้าง ที่จากมาโดยพ่อแม่ไม่ยินยอม ฉันคงกกลับบ้านไม่ได้” โอชูก็คิดถึงบ้านเช่นกัน จึงพูดว่า “เรากลับโกชูและเขาขมาพ่อแม่ของเธอด้วยกัน” ทั้งสองเช่าเรือแล้วก็กลับบ้านเกิด ทิ้งเซนโจะไว้ที่ท่าเรือ โอชูวิ่งไปที่บ้านของโชกัน ขอขมาในความผิด แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง โชกันรู้สึกพิศวง ถามโอชูว่า “เธอพูดถึงผู้หญิงคนไหน” “เซนโจะ ลูกของท่าน” โอชูตอบ โชกันกลับพูดว่า “ลูกฉันหรือ เซนโจะ ตั้งแต่เธอจากไปแล้ว เธอก็นอนป่วยอยู่บนเตียงแล้วก็พูดไม่ได้ “ โอชูเมื่อถูกถามก็พยายามอธิบาย “เซนโจะแน่ๆ เธอตามผมไปอยู่ด้วยกันที่โชกุ เธอมีลูกที่แข็งแรงสองคน ถ้าท่านไม่เชื่อก็ไปดูที่ท่าเรือ เธออยู่ที่นั่นกำลังรอผมอยู่” โชกันรู้สึกพิศวงงงงวยอีกครั้ง ส่งคนใช้เก่าไปดู คนใช้บอกว่าจริง โชกันกลับบ้านก็พบว่าเซนโจะยังนอนอยู่บนเตียง เขาจึงเล่าเรื่องให้เซนโจะฟัง ด้วยความดีใจอย่างสุดขีด เธอลุกขึ้นจากเตียงโดยพูดอะไรไม่ออก ขณะนั้นเซนโจะซึ่งจากไปก็กลับมาด้วยเกวียน เซนโจะที่ป่วยออกจากบ้านไปพบอีกเซนโจะ ขณะที่เซนโจะจากเกวียนลงจากเกวียน ทั้งสองก็รวมเป็นคนเดียวกัน โชกัน ผู้เป็นพ่อ จึงพูดกับเซนโจะว่า “ตั้งแต่โอชูจากหมู่บ้านนี้ไป เซนโจะไม่พูดแม้คำเดียว และปราศจากความรู้ตัวเหมือนคนเมา ขณะนี้ฉันเห็นแล้วว่า วิญญาณของเธอได้จากร่างของเธอไปแล้วไปอยู่กับโอชู” เซนโจะจึงตอบไปว่า “ฉันไม่รู้เลยว่าฉันป่วย เมื่อฉันรู้ว่าโอชูจากบ้านไปด้วยความทุกข์ ฉันก็ตามเรือของเขาไป ด้วยความรู้สึกราวกับฝันไป ฉันเองไม่แน่ใจว่า คนไหนเป็นตัวจริงของเซนโจะ คนที่อยู่กับพ่อ นอนป่วยอยู่บนเตียง หรือคนที่ตามโอชูไป” นี่เป็นเรื่องย่อๆของ “เรื่องวิญญาณที่แยกกัน” อาจารย์โกโซ โฮเอนเล่าเรื่องนี้ และถามว่า “ใครคือตัวจริง” ท่านไม่ได้ถามแบบชาวบ้านธรรมดาอย่างในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นอะไรคล้ายเรื่องภูตผีปีศาจ ท่านพูดถึงเซนโจะซึ่งเดิมมีร่างเดียวแล้วกลายเป็นสอง เพื่อสอนเหล่าศิษย์ให้เปิดดวงตาสู่เซน อาจารย์มูมอน อยู่ข้างเดียวกับอาจารย์โกโซ และถามเหล่าศิษย์ว่า “ใครคือตัวจริง” ท่านกดดันเหล่าศิษย์ให้แทงทะลุจิตวิญญาณแห่งเซนเพื่อเข้าถึงสิ่งนี้ ฉันขอเตือนท่านว่า คำถามของท่านอาจารย์ยังคงปรากฏอยู่เฉพาะหน้าคุณแม้ในปัจจุบันนี้ ถ้าเราเหลียวมองตนเอง เราเห็นหรือไม่ว่าเราทุกคนล้วนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างจากกรณีของเซนโจะ พร้อมด้วยวิญญาณที่แยกจากกัน มี “ฉัน” ที่ต้องการทำอย่างที่ “ฉัน” ชอบ พยายามทำความพอใจให้แก่ความปรารถนาของ “ฉัน” หาความเพลิดเพลินแก่ชีวิตเต็มที่เท่าที่เป็นไปได้ และมีอีกหนึ่ง “ฉัน” ที่เดียวดายในชีวิตแห่งการแสวงหาความเพลิดเพลินกระทั่งรู้สึกว่าสุดทน ใครคือ “ฉัน” ตัวจริง ท่านชินรัน ผู้ก่อตั้งนิกายสุขาวดีในญี่ปุ่น ผู้มีชื่อเสียงด้วยคำรำพันแสดงความเศร้าโศกว่า “บาปฉันหนักและหนา กิเลสฉันก็ดกดื่น ปลายทางฉันคือนรก” ชินรันผู้วิพากษ์ตนเองอย่างรุนแรงและดิ้นรนหาความรอด “สิ่งที่ต้องเปิดเผยคือการมีชีวิตเป็น “ตัวตนที่แท้”รูปแบบหนึ่งในกาลเทศะหนึ่ง การตายเป็น “ตัวตนที่แท้” ในอีกรูปแบบในอีกกาลเทศะหนึ่ง การมีชีวิตและการตาย แตกต่างจากกัน อาจเหมือนกับคลื่นใหญ่เล็กในมหาสมุทร “ตัวจริง” หรือ ความจริงแท้ อาจเปรียบได้กับน้ำ ที่พักอาศัยเปรียบได้กับคลื่น น้ำสามารถแสดงตนเป็นลูกคลื่นหลายแบบ คลื่น หรือระลอกคลื่น เทียบได้กับน้ำ คลื่นแต่ละลูกคือน้ำในต่างๆขณะ แต่ท้ายสุดความจริงว่า คลื่นทั้งหลายล้วนคือน้ำไม่เคยเปลี่ยนไป อาจารย์โดเกนจึงสอนเราว่า “ถ้ามี ”พุทธะ” ในชีวิตและความตาย ย่อมไม่มีความตาย” “พุทธะ” ในที่นี้คือ “ตัวจริง” ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดกาล คำวิจารณ์ของมูมอนมีต่อไปว่า “ในกรณีที่คุณยังไม่รู้แจ้งก็จงอย่ารีบร้อนจนหน้ามืดตามัว” ท่านกล่าวต่อไปว่า “ถ้าคุณยังไม่สามารถจับฉวย “ของจริง” ทั้งที่มีคำไขปริศนาให้แล้วอย่างนี้ ก็อย่าวุ่นวายเที่ยวหาจากหลักปรัชญาโน้นบ้างนี้บ้าง คำสอนโน้นบ้างนี้บ้าง จงหยุดสิ่งเหล่านี้เสีย แล้วทุ่มเทจิตใจทั้งหมดไปค้นว่า “อะไรคือ “ของจริง” กระโจนตรงๆสู่มัน” แล้วพูดต่อไปอีกว่า “ทันทีทันใดที่ธาตุทั้งสี่เสื่อมสลาย คุณจะเป็นเหมือนปูที่ถูกโยนใส่น้ำเดือด ดิ้นรนด้วยแขนทั้งเจ็ดและขาทั้งแปด” คนในสมัยก่อนคิดว่าร่างของคนประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ “เมื่อธาตุทั้งสี่เสื่อมสลาย” จึงหมายถึงตาย อาจารย์มูมอนเตือนเสียงกร้าว “พวกของคุณส่วนที่ยังไม่ตื่นสู่ “ของจริง” พวกของคุณส่วนที่ยังไม่พบสันติพื้นฐานของใจ จะไม่ตายไปอย่างสงบหากเกิดต้องตายอย่างกะทันหัน แต่จะทรมานอย่างปูที่ถูกโยนใส่น้ำเดือด แขนขาตะกุยตะกายเอาชีวิตรอด” ท่านวิจารณ์ต่อไปว่า “อย่าพูดทีหลังว่าฉันไม่ได้เตือนคุณ” และไม่ลืมที่จะเตือนต่อไปด้วยความกรุณาว่า “ขณะกำลังจะตายคุณอาจจะเสียดายอาลัยอาวรณ์ว่า คุณยังไม่บรรลุถึง “ของจริง” แต่มันก็สายไปเสียแล้ว” นี้เป็นคำแนะนำด้วยความเมตตาและสำคัญยิ่งชีวิตต่อคุณแม้ในปัจจุบันนี้ด้วย เช่นกัน คำไขปริศนา บทร้อยกรองของท่านมูมอน ความเหมือนอยู่นี่ ดวงจันทร์กลางหมู่เมฆ ความต่างอย่างนี้ ขุนเขาและหุบเหว ช่างน่าอัศจรรย์ น่าชมเสียจริง นี่เป็นหนึ่งเดียว หรือเป็นคู่ เปรียบ “ของจริง” กับดวงจันทร์ท่ามกลางหมู่เมฆ ของลวงตากับขุนเขาและหุบเหว มูมอนประพันธ์ว่า “เหมือนเดิมตลอดกาลคือดวงจันทร์ท่ามกลางหมู่เมฆ ความแตกต่างคือ ขุนเขาและหุบเหว พระจันทร์ยังคงเป็นเช่นเดิมไม่ว่าจะมองจากที่ไหน ทิวทัศน์ของโลกเปลี่ยนแปลงไปจากเหวนี้สู่เขาโน้น หากคุณรู้ว่าความสวยของเหวเกิดจากเหตุอย่างเดียวคือดวงจันทร์ คุณจะรู้ว่าเป็นการโง่เพียงใดที่จะถกเถียงเรื่องความเหมือนและความต่างของจริงและของลวงตา เซนโจะข้างในหรือข้างนอก ปล่อยให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเห็นรู้ได้ยินล้วนน่าสรรเสริญ มันไม่เป็นทั้งหนึ่งเดียวหรือเป็นคู่ ชีวิตจริงของเราทั้งหลาย ตามที่มันเป็นอยู่ ล้วนน่าเคารพสรรเสริญ, เป็นชีวิตที่เราใช้ทำงานและร่าเริงยินดี, ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระสังฆปรินายกทั้งหลาย จะมีอะไรน่าอัศจรรย์ควรให้ความสำคัญเท่านี้บ้าง ท่านกิโด เขียนบทประพันธ์สำหรับบทร้อยกรองนี้ว่า กิ่งพีชและกิ่งอ้ออยู่เบื้องหน้า กระดาษเงินตามหลังในงานศพ สาวกของท่านนักบวชจากต่างถิ่น คุณจะไม่ไปสู่ปรโลก สองบรรทัดแรกบรรยายถึงงานศพของคนจีน ผู้อยู่ข้างหน้าถือกิ่งต้นพีชและกิ่งอ้อเพื่อกันปีศาจ หลังศพมีคนถือกระดาษเงินเอาใจเหล่าปีศาจ นี้เป็นพิธีงานศพ เมื่อกล่าวว่าชีวิตและความตายเป็นหนึ่งเดียว คุณเป็นอยู่น่าละอายใจเช่นไร มารร้ายโจมตีคุณได้หรือไม่ บรรทัดที่สามท่านกิโดพูดถึงศิษย์ของท่านโพธิธรรม หรือ นักปฏิบัติเซนที่ควรแก่การกล่าวถึง นักบวชจากต่างถิ่นหมายถึง ท่านโพธิธรรม บรรทัดที่สี่ท่านพูดจริงจังว่า “คนเหล่านั้นจะไม่ไปสู่ปรโลก ปรโลกมีนัยสำคัญอย่างไร ท่านโฮเอนกล่าวแรกสุดว่า “เซนโจะและวิญญาณของเธอแยกจากกัน อันไหนเป็น “ตัวจริง” “ ด้วยความกรุณาท่านไม่สามารถหยุดเตือนเราว่า อย่าจับฉวย “ตัวจริง”ชนิดเหมือนกันแบบโดดๆ หรือว่างอย่างไม่มีอะไรเลย ดังนั้นท่านมูมอนจึงกล่าวพาดพิงถึงท่านโฮเอนเสียงเดียวว่า “น่าอัศจรรย์แท้ น่าสรรเสิญอย่างยิ่ง นี่เป็นหนึ่งเดียวหรือเป็นคู่” สำหรับผู้เปิดดวงตาเห็นเซนแล้ว ทุกสิ่ง ตามที่มันเป็น เป็น “มัน” ถ้าเขายืน ที่ที่เขายืนอยู่ เป็น “มัน” ถ้าเขานั่ง ที่ที่เขานั่งอยู่เป็น “ของจริง” มันเป็น ตามที่มันเป็น ทั้งจักรวาล ---------------------------------จบ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ------------------------------------------- ตรวจทาน วันอังคารที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑ |
||||||||
| LAST_UPDATED2 |
รวมคลิปรายการพื้นที่ชีวิต
ธรรมะใกล้มือ
ธรรมะ Online
กลุ่มงานของหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
• จัดระบบเป็นกลุ่มงาน ร่วมกันรับผิดชอบ
ขับเคลื่อนและประสานเป็นกลุ่ม แบบมี
ภาระพันธกิจที่ชัดเจน
• คณะทำงานประกอบด้วยผู้ประสานหลัก
ของกลุ่มงานทำหน้าที่เป็นผู้ประสาน
กลุ่มงาน กับคณะของคนทำงาน
กลุ่มงานอำนวยการ
กลุ่มงานการเงินและบัญชี
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
และโสตทัศนูปกรณ์
กลุ่มงานกิจกรรม ๑
กลุ่มงานกิจกรรม ๒
กลุ่มงานผลิตหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานคลังและกระจายหนังสือ
และสื่อธรรม
กลุ่มงานห้องหนังสือและสื่อธรรม
กลุ่มงานเผยแผ่และประชาสัมพันธ์











